⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 310/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยึดทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสเพื่อชำระหนี้ส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อศาลได้มีคำสั่งให้แยกสินสมรสส่วนของคู่สมรสฝ่ายนั้นออกจากการเป็นสินสมรสเสียก่อน

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องซึ่งเป็นสามีของจำเลยร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่โจทก์นำยึดไว้ โดยอ้างว่าจำเลยก่อหนี้เป็นส่วนตัว ไม่ผูกพันทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นสินบริคณห์ หากข้อเท็จจริงเป็นดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง โจทก์จะยึดทรัพย์พิพาทอันเป็นสินบริคณห์โดยไม่ได้ร้องขอต่อศาลให้แยกสินบริคณห์ออกเป็นส่วนของจำเลยเสียก่อนไม่ได้ เมื่อข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องกล่าวอ้างยังไม่แน่ชัด ศาลจึงต้องรับคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไปก่อนจะสั่งยกคำร้องเสียเลยหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเข้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน มีโฉนด ๑ แปลงพร้อมกับบ้านหนึ่งหลัง ผู้ร้องจึงมายื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นสินบริคณห์ โดยเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลย แต่ผู้ร้องยินยอมให้จำเลยใส่ชื่อในโฉนดแต่ผู้เดียว หนี้สินระหว่างโจทก์จำเลยไม่ผูกพันทรัพย์ที่ยึด เพราะจำเลยก่อหนี้ส่วนตัว ผู้ร้องมิได้ยินยอมอนุญาต และได้มีหนังสือบอกล้างไปแล้ว ทั้งไม่ใช่หนี้ร่วม จึงขอให้ศาลสั่งถอนการยึดทรัพย์ดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นกรณีที่โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมยึดสินบริคณห์ ซึ่งจำเลยมีส่วนร่วมอยู่ด้วยเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์ได้ ผู้ร้องซึ่งเป็นสามีจำเลยจะร้องขัดทรัพย์ไม่ได้ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาทโดยอ้างว่าจำเลยก่อหนี้เป็นส่วนตัว จึงไม่ผูกพันทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นสินบริคณห์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์มีสิทธิยึดสินบริคณห์เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ได้ ผู้รองเป็นสามีจำเลย จะร้องขัดทรัพย์ไม่ได้ จึงสั่งยกคำร้องโดยมิได้พิจารณาว่าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้ที่จำเลยก่อขึ้นเป็นส่วนตัวจริงหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าหากข้อเท็จเจริงเป็นดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้างแล้ว ศาลจะสั่งยกคำร้องของผู้ร้องยังไม่ได้ เพราะหนี้ที่จำเลยก่อขึ้นเป็นส่วนตัว ย่อมไม่ผูกพันสินบริคณห์ โจทก์จะยึดทรัพย์พิพาทอันเป็นสินบริคณห์ โดยไม่ได้ร้องขอศาลให้แยกสินบริคณห์ออกเป็นส่วนของจำเลยเสียก่อนไม่ได้ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๑๙/๒๕๑๔ คดีระหว่างนายกาว แซ่ตัน โจทก์ นายมนูญ แซ่ตัน กับพวก จำเลย นายไพรัช บุณยอุดมศาสตร์ ผู้ร้องขัดทรัพย์ เมื่อข้อเท็จจริงยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้างหรือไม่ จึงต้องรับคำร้องไว้พิจารณาต่อไปก่อน จะสั่งยกคำร้องเสียเลยหาได้ไม่ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของผู้ร้องแล้วดำเนินการต่อไปตามกระบวนความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2517 นายช้วน เพชรรัตร์มุณี โจทก์ นางเอื้อน นฤภัย จำเลย นายสวัสดิ์ นฤภัย ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายช้วน เพชรรัตร์มุณี · จำเลย - นางเอื้อน นฤภัย · ผู้ร้อง - นายสวัสดิ์ นฤภัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม ทันด่วน · พิชัย รชตะนันทน์ · ศวิต สมหวัง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายถนัด ลีลากุล นายสุนทร วรรณแ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 734/2516ฎีกา 273/2501ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4637/2567ฎีกา 5640/2540ฎีกา 3350/2538ฎีกา 913/2538ฎีกา 1247/2510ฎีกา 5272/2544ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1088/2533ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1492/2510ฎีกา 1660/2518ฎีกา 541/2509ฎีกา 1234/2508ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1902/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา