⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 850/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 850/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง แม้ว่านายจ้างจะไม่รู้เห็นยินยอมในการกระทำนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ใช้ให้จำเลยร่วมซึ่งเป็นลูกจ้างของตนขับรถบรรทุกดินไปส่ง ในระหว่างทางจำเลยร่วมใช้และยินยอมให้จำเลยที่ 1 ซึ่งไม่มีใบอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์ขับรถแทนโดยจำเลยร่วมนั่งไปด้วย จำเลยที่ 1 ได้ขับไปชนรถยนต์ของโจทก์โดยละเมิด ดังนี้ ต้องถือว่าจำเลยร่วมทำละเมิดด้วย เพราะเป็นความประมาทของจำเลยร่วมที่ใช้และยินยอมให้จำเลยที่ 1 ซึ่งไม่มีใบอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์ขับรถแทนตนและถือว่า จำเลยร่วมได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 แม้จำเลยที่ 2 จะไม่รู้เห็นยินยอมในการที่จำเลยร่วมใช้ให้จำเลยที่ 1 ขับรถแทนจำเลยที่ 2 ผู้เป็นนายจ้างของจำเลยร่วมก็ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดซึ่งจำเลยร่วมได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 852/2495 และ 41/2502)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๒ โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ชนรถยนต์ของโจทก์ที่ ๑ ด้วยความประมาทเป็นเหตุให้รถเสียหายและโจทก์ที่ ๒ ซึ่งนั่งมาในรถโจทก์ที่ ๑ ได้รับบาดเจ็บ ขณะเกิดเหตุนายประเดิมลูกจ้างขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ได้จ้างหรือวานให้จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ แทนตน โดยความรู้เห็นยินยอมของจำเลยที่ ๒ และนายประเดิมนั่งไปกับรถนั้นด้วย จำเลยที่ ๒ ในฐานะนายจ้างของนายประเดิมจึงต้องร่วมรับผิดขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ให้การว่าจำเลยที่ ๒ ใช้ให้นายประเดิมลูกจ้างขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์บรรทุกหินไปส่งให้แก่ผู้ซื้อที่จำเลยที่ ๑ ขับรถของจำเลยที่ ๒ ชนโจทก์ เป็นความผิดของนายประเดิมที่ให้จำเลยที่ ๑ ขับรถแทน จำเลยที่ ๒ ไม่รู้เห็นยินยอม จึงไม่ต้องรับผิดค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องสูงเกินไป หลังจากจำเลยที่ ๒ ให้การแล้ว โจทก์ขอให้เรียกนายประเดิมเข้ามาเป็นจำเลยร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่า จำเลยร่วมและจำเลยที่ ๑ ต่างเป็นลูกจ้างขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ โดยผลัดเปลี่ยนกันขับ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ เป็นคนขับ จำเลยร่วมเพียงแต่นั่งมาด้วย ในวันนัดพร้อม โจทก์แถลงไม่ติดใจดำเนินคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ และจำเลยร่วมขอให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์และจำเลยที่ ๒ แถลงรับกันว่าในวันเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ ใช้ให้จำเลยร่วม ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ขับรถบรรทุกดินไปส่งที่นครหลวงกรุงเทพธนบุรี ในระหว่างทางจำเลยร่วมใช้ให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งไม่มีใบอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์ขับรถแทนตน โดยจำเลยที่ ๒ ไม่รู้เห็นยินยอมด้วย แล้วจำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ชนรถยนต์ของโจทก์โดยละเมิดและเป็นความผิดของจำเลยที่ ๑เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายตามฟ้องในขณะเกิดเหตุจำเลยร่วมได้นั่งไปในรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ด้วย ต่างไม่สืบพยาน ขอให้ศาลวินิจฉัยไปตามรูปคดี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสองตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยร่วมซึ่งเป็นลูกจ้างขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ใช้และยินยอมให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งไม่มีใบอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ แทน โดยจำเลยร่วมนั่งมาในรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ด้วย เมื่อจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์โดยประมาทชนรถยนต์ของโจทก์ที่ ๑ เสียหาย และเป็นเหตุให้โจทก์ที่ ๒ ได้รับบาดเจ็บต้องถือว่าจำเลยร่วมทำละเมิดด้วย เพราะเป็นความประมาทของจำเลยร่วมซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ใช้และยินยอมให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งไม่มีใบอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์ ขับรถยนต์แทนตน อันเป็นการขาดความระมัดระวังตามวิสัยของปกติชน เมื่อจำเลยร่วมกระทำละเมิดดังกล่าวในขณะที่จำเลยที่ ๒ ใช้ให้จำเลยร่วมขับรถบรรทุกดินไปส่งที่นครหลวงกรุงเทพธนบุรี ถือว่าจำเลยร่วมซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ แม้จำเลยที่ ๒ ไม่รู้เห็นยินยอมในการที่จำเลยร่วมใช้ให้จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ แทนจำเลยร่วม จำเลยที่ ๒ ผู้เป็นนายจ้างของจำเลยร่วมก็ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดซึ่งจำเลยร่วมผู้เป็นลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๕ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๕๒/๒๔๙๕ ที่ศาลชั้นต้นอ้าง กับคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๑/๒๕๐๒ที่โจทก์อ้างส่วนคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๘๐/๒๕๐๕ ที่จำเลยที่ ๒ อ้างไม่ตรงกับรูปคดีนี้ เพราะคดีนั้นเจ้าของรถยนต์ใช้ให้บุคคลอื่นขับรถยนต์ไม่ใช่ลูกจ้างของเจ้าของรถยนต์ใช้ให้บุคคลอื่นขับรถยนต์แทนอย่างเช่นคดีนี้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 850/2517 นายเลิศ วิลัยลักษณ์ ที่ 1 เด็กชายสมทรง เกียรติ์วานิชสกุล โดยนายเม้ง แซ่อั้ง บิดาผู้แทนโดยชอบธรรม ที่ 2 โจทก์ นายสังวาลย์ กรวยทอง ที่ 1 นายอำนวย ตันสกุล ที่ 2 จำเลย นายประเดิม รุ่งเรือง จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความเกียรติ์วานิชสกุล - นายเลิศ วิลัยลักษณ์ ที่ 1 เด็กชายสมทรง · โจทก์ - โดยนายเม้ง แซ่อั้ง บิดาผู้แทนโดยชอบธรรม ที่ 2 · จำเลย - นายสังวาลย์ กรวยทอง ที่ 1 นายอำนวย ตันสกุล ที่ 2 · จำเลยร่วม - นายประเดิม รุ่งเรือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายจเร อำนวยวัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว. พูน ศรีธวัช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 1087/2517ฎีกา 5712/2533ฎีกา 3208/2528ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2424-2426/2520ฎีกา 2501/2526ฎีกา 2399/2523ฎีกา 717/2536ฎีกา 1133/2522ฎีกา 2951/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2438/2535ฎีกา 1172/2514ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 545/2503ฎีกา 801/2521ฎีกา 2499/2524ฎีกา 1211/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา