คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.6) โดยลบชื่อผู้ยื่นเดิมและใส่ชื่อผู้อื่นพร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือแทน ไม่ถือเป็นการปลอมเอกสาร หากการแก้ไขนั้นทำให้เอกสารแสดงว่าเป็นของผู้ที่พิมพ์ลายนิ้วมือลงไปจริง และไม่มีทางทำให้ผู้ใดหลงเชื่อเป็นอย่างอื่น.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.6) ไว้ต่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับมอบหมายให้รับแจ้งแบบสำรวจเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันแก้ไขแบบ ภ.บ.ท.6 นี้ โดยลบชื่อโจทก์ในช่องผู้ชี้เขตออก แล้วจำเลยที่ 2 เขียนชื่อจำเลยที่ 1 ลงแทนชื่อโจทก์ และลบลายมือชื่อโจทก์ที่ลงไว้ในช่องผู้ชี้เขต - ผู้ยื่นออก แล้วจำเลยที่ 1 พิมพ์ลายนิ้วมือของตนลงแทน เมื่อดูเอกสารที่ถูกแก้ไขนี้แล้ว ย่อมเห็นได้ว่า เอกสารฉบับนี้ได้เปลี่ยนสภาพเป็น ภ.บ.ท.6 ที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ยื่น ซึ่งตรงกับลายพิมพ์นิ้วมือที่แท้จริงที่จำเลยที่ 1 ได้ลงเป็นผู้ยื่นไว้ไม่มีทางให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อในเรื่องชื่อและลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ 1 เป็นอย่างอื่นไปได้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันปลอมแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ โดยจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับมอบหมายให้รับแจ้งแบบสำรวจเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ลบชื่อโจทก์ในช่องผู้ชี้เขต และลบลายมือชื่อโจทก์ในช่องผู้ชี้เขต - ผู้ยื่นออก แล้วจำเลยที่ ๒ เขียนชื่อจำเลยที่ ๑ ลงแทนชื่อโจทก์ พร้อมทั้งจำเลยที่ ๑ ได้พิมพ์ลายมือของตนในช่องผู้ชี้เขต - ผู้ยื่น แทนชื่อโจทก์ ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอตากฟ้าหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยร่วมกันใช้เอกสารแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่อันเป็นเอกสารปลอมดังกล่าวไปยื่นต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอตากฟ้า ทั้งนี้โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์และประชาชน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔,๒๖๘,๘๓
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔,๘๓ จำคุกจำเลยคนละ ๑ ปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันแก้ไขแบบ ภ.บ.ท.๖ (เอกสาร จ.๑) ที่โจทก์ยื่นต่อจำเลยที่ ๒ ไว้ โดยลบชื่อโจทก์ในช่องผู้ชี้เขตออก แล้วจำเลยที่ ๒ เขียนชื่อจำเลยที่ ๑ ลงแทนชื่อโจทก์ และลบลายมือชื่อโจทก์ในช่องผู้ชี้เขต - ผู้ยื่น ออก แล้วจำเลยที่ ๑ พิมพ์ลายนิ้วมือของตนลงแทนนั้น เมื่อพิเคราะห์ดูเอกสาร จ.๑ ซึ่งถูกแก้ไขดังกล่าวตลอดแล้ว ย่อมเห็นได้ว่าเอกสารฉบับนี้ได้เปลี่ยนสภาพเป็นแบบ ภ.บ.ท.๖ ที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ยื่น ซึ่งตรงกับลายพิมพ์นิ้วมือที่แท้จริงที่จำเลยที่ ๑ ได้ลงเป็นผู้ยื่นไว้ ไม่มีทางให้ผู้หนึ่งผู้ใดหรือเจ้าพนักงานหลงเชื่อในเรื่องชื่อและลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ ๑ เป็นอย่างอื่นไปได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2518
นายบุญมี พันธุ์หลง โจทก์
นายประทีป แข่งเพ็ญแข ที่ 1
นายบัว ศรีสังข์ ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุญมี พันธุ์หลง · 1 - นายประทีป แข่งเพ็ญแข ที่ · ล. - นายบัว ศรีสังข์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุมิตร ฟักทองพรรณ · สุเมธ ทิพยมนตรี · จันทร์ ระรวยทรง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายไพโรจน์ คำอ่อน · ศาลอุทธรณ์ - นายเสมา รัตนมาลัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา