⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1919/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1919/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับทรัพย์สินที่ได้มาโดยการกระทำความผิด แม้จะอ้างว่าซื้อมา ก็ยังคงเป็นความผิดฐานรับของโจร หากผู้รับรู้ว่าทรัพย์สินนั้นได้มาโดยการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

คดีความผิดฐานรับของโจร โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยรับรถจักรยานที่ถูกลักไว้จาก บ. โดย บ. มอบให้ไปขาย แม้นำสืบว่าจำเลยซื้อรถจักรยานของกลางไว้จาก บ. แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยรับรถจักรยานของกลางไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดก็ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง อันจะต้องยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 เพราะเหตุที่จำเลยได้รถจักรยานของกลางมาจะโดยซื้อหรือรับไว้ด้วยประการใด ก็ย่อมเป็นความผิดฐานรับของโจรตามบทมาตราที่โจทก์ฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ ได้รับรถจักรยานสองล้อของนายนิยม หิรัญอ่อน ซึ่งถูกนายบรรทม นมหันต์ เป็นคนร้ายลักไป ไว้จากนายบรรทม นมหันต์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายฐานลักทรัพย์ และจำเลยที่ ๒ ได้นำรถจักรยานสองล้อของนายนิยม หิรัญอ่อน ที่รับไว้ดังกล่าวไปช่วยจำหน่ายขายให้จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ รับซื้อไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายฐานลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ จำคุกจำเลยคนละ ๑ ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลดโทษจำเลยทั้งสองหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ คนละ ๘ เดือน จำเลยที่ ๒ ฎีกาในข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกันฟ้องในข้อสารสำคัญ ควรที่จะยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า รถจักรยานของผู้เสียหายถูกนายบรรทมลักไป แล้วจำเลยทั้งสองรับรถจักรยานของกลางไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ได้มาโดยการกระทำความผิด ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าจำเลยที่ ๒ ซื้อรถจักรยานของกลางจากนายบรรทมแตกต่างกับฟ้องที่ว่า นายบรรทมมอบรถจักรยานของกลางให้จำเลยที่ ๒ ไปขายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เหตุที่จำเลยที่ ๒ ได้รถจักรยานของกลางมา จะโดยซื้อหรือรับไว้ด้วยประการใดก็ย่อมเป็นความผิดฐานรับของโจรตามบทมาตราที่โจทก์ฟ้อง จึงไม่ถือว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง อันจะต้องยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (กฤษณ์ โสภิตกุล ยงยุทธ เลอลภ เดช วุฒิสิงห์ชัย) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1919/2518 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายแกละหรือมณฑา บุญทองคำ ที่ 1 นายจุกหรือสมยศ พลายแก้ว ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นายแกละหรือมณฑา บุญทองคำ ที่ 1 นายจุกหรือสมยศ พลายแก้ว ที่ 2
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายประสงค์ อิฐรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายดุสิต วราโห
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 824/2535ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา