⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2171/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2171/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตีความสัญญาต้องพิจารณาเจตนาอันแท้จริงของคู่กรณีเป็นสำคัญ แม้ถ้อยคำในสัญญาจะมีความหมายอย่างอื่นก็ตาม หากการตีความตามตัวอักษรไม่ตรงตามเจตนาอันแท้จริงและเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องให้จำเลยแบ่งขายที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 137 ให้แก่โจทก์บางส่วนในราคา 52,000 บาท แล้วคู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่าจำเลยยอมขายที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 137 ให้แก่โจทก์ในราคา 52,000 บาท ดังนี้ เมื่อคำบรรยายฟ้องและเอกสารการขอจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวก็ระบุว่าจำเลยตกลงแบ่งขายที่ดินเพียงบางส่วน ราคาที่ดินตามฟ้องก็เป็นราคาเดียวกับในสัญญาประนีประนอมยอมความ แสดงให้เห็นว่าโจทก์จำเลยมีเจตนาอันแท้จริงที่จะตกลงซื้อขายที่ดินกันตามจำนวนเนื้อที่และเขตติดต่อที่ระบุในฟ้อง หาใช่ซื้อขายทั้งแปลงไม่ โจทก์จึงไม่อาจหยิบยกถ้อยคำในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ระบุว่าซื้อขายที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 137 ให้มีความหมายว่าเป็นการซื้อขายทั้งแปลงตามตัวอักษร เพราะเป็นการตีความสัญญาซึ่งไม่ตรงตามประสงค์ของคู่กรณีและเป็นไปในทางไม่สุจริตอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องให้จำเลยแบ่งขายที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๑๓๗ ให้แก่โจทก์บางส่วนเนื้อที่ประมาณ ๘ ไร่ ๔๖ ตารางวา ในราคา ๕๒,๐๐๐ บาท แล้วคู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลมีใจความว่า จำเลยยอมขายที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๑๓๗ พร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ในราคา ๕๒,๐๐๐ บาท โจทก์จะชำระราคาที่ดินให้แก่จำเลยภายในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๑๗ โดยนำมาวางศาล ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์จำเลยไปยื่นคำร้องขอรังวัดแบ่งแยกพนักงานที่ดินได้รังวัดที่พิพาทออกจากโฉนดที่ดินของจำเลยเพื่อให้โจทก์ได้เต็มตาม น.ส.๓ แต่จำเลยไม่ยอมรับรองแนวเขตและไม่ยอมโอนซื้อขายต่อไป ศาลชั้นต้นเรียกจำเลยมาสอบถาม จำเลยแถลงว่า จำเลยไม่โอนให้เพราะโจทก์จะเอาทั้งแปลง แต่จำเลยตกลงขายเพียงเนื้อที่ ๘ ไร่เศษ ไม่ใช่ขายทั้งแปลง ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เป็นการตกลงขายกันทั้งแปลง น.ส.๓ เลขที่ ๑๓๗ ไม่ใช่ขายบางส่วน จึงให้จำเลยจัดการโอนที่ดินพิพาทภายในกำหนด ๓๐ วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยโอนที่ดินบางส่วนตาม น.ส.๓ เลขที่ ๑๓๗ เนื้อที่ประมาณ ๘ ไร่ ๔๖ ตารางวาให้โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าควรถือข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความเหนือกว่าข้อตกลงอื่นใดนอกสำนวนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าคำบรรยายฟ้องของโจทก์เองก็ระบุเขตติดต่อของที่ดินที่จำเลยตกลงแบ่งขายไว้ ซึ่งเห็นได้ว่าเป็ฯเพียงบางส่วนของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ ๑๓๗ ที่ฟ้องราคาที่ดินตามฟ้องก็เป็นราคาเดียวกันกับในสัญญาประนีประนอมยอมความ เอกสารต่าง ๆ ที่จำเลยได้ไปยื่นเรื่องราวต่อพนักงานที่ดินเกี่ยวกับการขอจดทะเบียนขายที่ดินตาม น.ส.๓ ให้แก่โจทก์ก่อนมีการฟ้องร้องคดีนี้ ก็ระบุว่าเป็นการแบ่งขายเพียงประมาณ ๘ ไร่ ซึ่งเนื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวมีถึงประมาณ ๙ ไร่ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์จำเลยมีเจตนาอันแท้จริงที่จะตกลงซื้อขายที่ดินกันตามจำนวนเนื้อที่และเขตติดต่อที่ระบุในฟ้อง หาใช่ซื้อขายกันทั้งแปลงไม่ ดังนั้นโจทก์จึงไม่อาจหยิบยกถ้อยคำในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ระบุซื้อขายที่ดินตาม น.ส.๓ เลขที่ ๑๓๗ ให้มีความหมายว่าเป็นการซื้อขายทั้งแปลงตามตัวอักษร เพราะเป็นการตีความสัญญาซึ่งไม่ตรงตามประสงค์ของคู่กรณีและเป็นไปในทางไม่สุจริตอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๘ และข้อเท็จจริงที่นำมาวินิจฉัยถึงเจตนาของโจทก์จำเลยดังกล่าว ก็เป็นข้อที่ปรากฏอยู่ในคำฟ้องและพยานเอกสารที่โจทก์เป็นฝ่ายอ้าง ซึ่งศาลชั้นต้นได้เรียกมาจากอำเภอตามคำขอของโจทก์ก่อนที่โจทก์จำเลยจะตกลงประนีประนอมยอมความกันจึงหาใช่ข้อตกลงนอกสำนวนดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พยนต์ ยาวะประภาษ แผ้ว ศิวะบวร จันทร์ ระรวยทรง) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2171/2518 นางลอง สร้อยเพชร โจทก์ นายทองหล่อ สร้อยเพชร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางลอง สร้อยเพชร · จำเลย - นายทองหล่อ สร้อยเพชร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 591/2531ฎีกา 3996/2541ฎีกา 231/2482ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2335/2551ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 1000/2505ฎีกา 7168/2542ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 1591/2495ฎีกา 8207/2538ฎีกา 1037/2540ฎีกา 2794/2526ฎีกา 1061/2511ฎีกา 82/2512ฎีกา 953/2505ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา