คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2356/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายเรือนที่ปลูกในที่เช่า โดยมีเจตนาจะรื้อถอนไปในภายหน้าซึ่งไม่กำหนดแน่นอน ถือเป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นนิติกรรมจะตกเป็นโมฆะ เรือนยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของเดิม และเจ้าหนี้ของเจ้าของเดิมย่อมมีสิทธิยึดทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อบังคับคดีได้
ย่อคำพิพากษา
ซื้อเรือนที่ปลูกในที่เช่า เจตนารื้อไปในภายหน้าซึ่งไม่กำหนดแน่นอน เป็นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ถ้าไม่ทำตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 เรือนยังเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของเดิม เจ้าหนี้ของเจ้าของเดิมยึดเรือนบังคับคดีได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - หลวงฉมาชำนิเขต · จำเลย - นางสาวสมาน ธีราศักดิ์ · ผู้ร้อง - นางไพจิตร นาคแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุบ วีระเวคิน · กฤษณ์ โสภิตกุล · สุมิตร ฟักทองพรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา