คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2365/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ต้องระบุเหตุที่ทำให้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยละเอียดชัดแจ้ง
ย่อคำพิพากษา
คำขอให้พิจารณาคดีใหม่จะต้องกล่าวซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัด และข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยละเอียดและชัดแจ้งทั้ง 2 ประการ
คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยกล่าวว่า จำเลยไม่มีโอกาสต่อสู้คดี เพราะจำเลยไม่เคยได้รับหรือทราบว่าถูกฟ้องมาก่อน จึงให้โอกาสจำเลยได้ต่อสู้คดี เพราะจำเลยไม่ทางชนะ เนื่องจกาจำเลยอยู่ในอาคารพิพาทด้วยการเช่าซื้อจากโจทก์และชำระเงินไปมากแล้วนั้น ดังนี้ คำร้องของจำเลยไม่ได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งว่าเหตุใดจำเลยจึงไม่ได้รับหมายเรียก ฯลฯ จึงทำให้ไม่ทราบว่าถูกฟ้องอันเป็นเหตุให้ขาดนัด และคำร้องที่ว่าได้อยู่ในอาคารพิพาทด้วยการเช่าซื้อจากโจทก์และชำระเงินไปมากแล้วนั้น ไม่มีข้อความตอนใดคัดค้านคำพิพากษาของศาลว่า ได้วินิจฉัยคดีไปไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องตามด้วยเหตุผลประการใด หากมีการพิจารณาคดีใหม่แล้ว จะเป็นเหตุให้ตนชนะคดีได้อย่างไรบ้าง คำร้องของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยและบริวารย้ายออกไปจากตึกพิพาทแล้วส่งมอบอาคารและที่ดินคืนให้โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาไปฝ่ายเดียว พิพากษาให้จำเลยและบริวารย้ายออกไปจากตึกแถวเลขที่ ๒๙ ที่ดินโฉนดที่ ๕๙๙๓๙ กับใช้ค่าเสียหาย
จำเลยยื่นคำร้องว่าขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่
ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา การที่จำเลยจะต้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้นั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ วรรค ๒ บัญญัติว่า คำขอเช่นว่านี้ให้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัด และข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล ซึ่งหมายความว่าจะต้องกล่าวโดยละเอียดและชัดแจ้งทั้ง ๒ ประการ คือทั้งเหตุที่ได้ขนาดนัดและขัดคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล สำหรับคำร้องของจำเลยกล่าวว่า จำเลยไม่มีโอกาสต่อสู้คดี เพราะจำเลยไม่เคยได้รับหรือทราบว่าถูกฟ้องมาก่อน จึงให้โอกาสจำเลยได้ต่อสู้คดี เพราะจำเลยไม่ทางชนะคดี เนื่องจากจำเลยอยู่ในอาคารพิพาทด้วยการเช่าซื้อจากโจทก์และชำระเงินไปมากแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คำร้องของจำเลยไม่ได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งว่าเหตุใดจำเลยจึงไม่ได้รับหมายเรียก สำเนาคำฟ้องและหมายนัดพิจารณาจึงทำให้ไม่ทราบว่าถูกฟ้องอันเป็นเหตุให้ขาดนัด และคำร้องที่ว่าได้อยู่ในอาคารพิพาทด้วยการเช่าซื้อจากโจทก์และชำระเงินไปมากแล้วนั้น ไม่มีข้อความตอนใดคัดค้านคำพิพากษาของศาลว่า ศาลได้วินิจฉัยคดีไปไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องตามด้วยเหตุผลประการใด หากมีการพิจารณาคดีใหม่แล้ว จะเป็นเหตุให้ตนชนะคดีได้อย่างไรบ้าง คำร้องของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘
พิพากษายืน
(แถม ดุลยสุข ถนอม ครูไพศาล เดช วุฒิสิงห์ชัย)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2365/2518
นายสุนทร วจีปิยนันทานนท์ โจทก์
นายบุญยวง นามวรรณ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุนทร วจีปิยนันทานนท์ · จำเลย - นายบุญยวง นามวรรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายประการ กาญจนศูนย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิถี ปานะบุตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา