⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 25-27/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 25-27/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ถูกบังคับคดี ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องวางเงินประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ หากเห็นว่าคำร้องนั้นไม่มีมูลและเป็นการประวิงคดี

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้ร้องได้ยื่นคำร้องว่าทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้มิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา และขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 288 วรรคแรก เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องงดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่พิพาทนั้นไว้ระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาล แม้ต่อมาศาลจะสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องตามมาตรา 288(1) แต่ผู้ร้องก็ยังคงอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นอยู่ โจทก์จึงขอให้ขายทรัพย์พิพาทไม่ได้ เมื่อโจทก์เห็นว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่พิพาทเข้ามานั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงคดีให้ชักช้า โจทก์ก็ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ผู้ร้องวางเงินเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา สำหรับความเสียหายที่อาจได้รับนั้นได้และเมื่อศาลพิจารณาเป็นเช่นนั้น ศาลย่อมมีอำนาจที่จะสั่งให้ผู้ร้องว่างเงินต่อศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนดได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทน ฯลฯ ตามมาตรา 288 (1) (อ้างฎีกาที่ 1293/2514)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.283 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.306

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสามสำนวนนี้เป็นมูลคดีที่เกี่ยวเนื่องจากคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องผิดสัญญากู้เงินศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินกู้ ๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยไม่ชำระเงินให้โจทก์ โจทก์จึงยึดที่นาของจำเลยแปลงหนึ่งเนื้อที่ ๒๘ ไร่ ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินที่พิพาทที่โจทก์ยึดนั้นไม่ใช่ของจำเลยแต่เป็นที่ดินที่ผู้ร้องที่ ๑ ซื้อจากผู้ร้องที่ ๒ ขอให้ปล่อยที่พิพาท โจทก์ให้การว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องที่ ๒ ได้ขายให้จำเลย ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นผู้ร้องที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ผู้ร้องที่ ๑ ทำนาในที่พิพาท ศาลสั่งยกคำร้อง และโจทก์ได้ยื่นคำร้องว่าคำร้องของผู้ร้องขัดทรัพย์นั้นไม่มูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงคดีให้ชักช้า ทำให้โจทก์เสียหายศาลชั้นต้นพิจารณาตามคำแถลงของโจทก์และผู้ร้อง แล้วสั่งให้ผู้ร้องวางเงินจำนวน ๖,๐๐๐ บาทต่อศาลภายใน ๑๕ วันเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในความเสียหายที่อาจจะได้รับ ผู้ร้องที่ ๑ ไม่วางเงินภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ศาลชั้นต้นจึงสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และต่อมาผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้รอการขายทอดตลาดที่พิพาทที่ยึดนั้น ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำสั่งศาลชั้นต้นเป็นว่า ให้ผู้ร้องขัดทรัพย์วางเงินประกันค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาทภายในกำหนด ๑๕ วันนับแต่วันทราบคำพิพากษาและให้รอการขายทอดตลาดที่พิพาทไว้ โจทก์ฎีกาไม่ให้รอการขายทอดตลาดที่พิพาท ผู้ร้องทั้งสองฎีกา ขอไม่ต้องวางเงินประกันค่าสินไหมทดแทนแต่ให้เสียค่าเช่า ๕๐๐ บาทแทนค่าเสียหาย ที่โจทก์ฎีกาขอให้ขายทรัพย์ที่พิพาทนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องว่าทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับยึดไว้มิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาและขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ วรรคแรกบัญญัติให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่พิพาทนั้นไว้ระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาล แม้ต่อมาศาลจะสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องตามมาตรา ๒๘๘(๑) แล้ว แต่ผู้ร้องก็ยังคงอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นอยู่ โจทก์จะขอให้ขายทรัพย์พิพาทไม่ได้ ที่ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกาว่าผู้ร้องไม่ต้องว่างเงินเพื่อประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสำหรับ ความเสียหายที่อาจได้รับนั้นเห็นว่ากรณีเป็นเรื่องที่โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาล เมื่อโจทก์เห็นว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่พิพาทเข้ามานั้นไม่มีมูล และยื่นเข้ามาเพื่อประวิงคดีให้ชักช้าโจทก์ก็ยื่นคำร้องต่อศาลได้ และเมื่อศาลได้พิจารณาเห็นเช่นนั้นศาลย่อมมีอำนาจที่ จะสั่งให้ผู้ร้องวางเงินต่อศาลภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคือโจทก์ สำหรับความเสียหายที่อาจได้รับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๘๘(๑) และตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๙๓/๒๕๑๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 25 - 27/2518 นายเล็ก วันสม โจทก์ นางตั้น ซุ่นเต็กหรือชุ่นเท็ก ล. นายฉ่ำ เดชภักดี ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ผู้ร้องขัดทรัพย์ และสำนวนอื่น ๆ อีกรวม 3 สำนวน

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเล็ก วันสม · ล. - นางตั้น ซุ่นเต็กหรือชุ่นเท็ก · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายฉ่ำ เดชภักดี ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · สำนวน - และสำนวนอื่น ๆ อีกรวม 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ วราภรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2679/2537ฎีกา 2210/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 181/2512ฎีกา 7863/2538ฎีกา 1247/2510ฎีกา 2444/2518ฎีกา 684/2488ฎีกา 1606/2500ฎีกา 437/2508ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1492/2510ฎีกา 2644/2530ฎีกา 8058/2553ฎีกา 541/2509ฎีกา 1413/2508ฎีกา 1561/2508ฎีกา 3139/2537ฎีกา 7385/2556ฎีกา 2220/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา