⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 521-522/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521-522/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่รับอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคท้าย เป็นที่สุด

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้น (ศาลแขวง) พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์โดยอ้างว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงโจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ และศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2518 ภายหลังที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2517 ใช้บังคับแล้วดังนี้ คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคท้าย ซึ่ง เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2517 มาตรา 5 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯมาตรา 4 โจทก์ฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ต่อไปไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.4 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2517 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยแจ้งความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน ขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยไม่มีเจตนาที่จะแจ้งความเท็จ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ โดยอ้างว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น มีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้น (ศาลแขวงพระนครใต้) พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์โดยอ้างว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟัง เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2518 ภายหลังที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 ใช้บังคับแล้ว คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวจึงเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคท้าย ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 มาตรา 5ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 โจทก์จึงฎีกาคัดค้านคำสั่งดังกล่าวของศาลอุทธรณ์ต่อมาอีกไม่ได้ พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521 - 522/2518 นายปรีชา วงศ์กวีสกุล โจทก์ บริษัท ราชธานี (เมโทร) จำกัด กับพวก (รวม 2 สำนวน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปรีชา วงศ์กวีสกุล · จำเลย - บริษัท ราชธานี (เมโทร) จำกัด กับพวก (รวม 2 สำนวน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ เลอลภ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ธวัช สิทธิชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3399/2568ฎีกา 6630/2556ฎีกา 6635/2551ฎีกา 4081/2564ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1843/2551ฎีกา 3948/2566ฎีกา 5863/2541ฎีกา 1305/2566ฎีกา 9999/2559ฎีกา 2891/2540ฎีกา 1939/2557ฎีกา 3119/2558ฎีกา 9076/2558ฎีกา 9984/2553ฎีกา 463/2566ฎีกา 4136/2541ฎีกา 2187/2554ฎีกา 4390/2565ฎีกา 5559/2556ฎีกา 549/2503ฎีกา 4395/2565ฎีกา 765/2567ฎีกา 6982/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา