⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 564/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ชายหลอกหญิงว่าจะเลี้ยงดูเป็นภริยาแล้วได้เสียกัน แม้หญิงจะตั้งครรภ์และชายไม่เลี้ยงดูหรือจดทะเบียนสมรส ก็ไม่ถือเป็นการละเมิดที่หญิงจะฟ้องเรียกค่าเสียหายได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้เสียกับจำเลยโดยถูกจำเลยหลอกลวงว่าจะเลี้ยงดูเป็นภริยา เมื่อโจทก์ตั้งครรภ์จำเลยไม่เลี้ยงดู โจทก์จึงแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนพนักงานสอบสวนเรียกจำเลยไป จำเลยรับว่าได้เสียกับโจทก์จริง รับจะเลี้ยงดูโจทก์เป็นภริยาพนักงานสอบสวนจึงแนะนำให้โจทก์จำเลยไปจดทะเบียนสมรสกันให้ถูกต้องตาม กฎหมายต่อไป และได้ทำบันทึกให้โจทก์จำเลยลงชื่อไว้ แต่โจทก์ก็ไม่เลี้ยงดูหรือจดทะเบียนสมรสกับจำเลย ดังนี้ แม้จำเลยจะหลอกลวงว่าจะเลี้ยงดูโจทก์เป็นภริยา การกระทำของจำเลยก็หาเป็นการละเมิดต่อโจทก์ไม่ โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวไม่ได้ (นัยคำพิพากษาฎีกาที่ 576/2488) และโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาตามบันทึกของพนักงานสอบสวน เพราะมิได้มีข้อกำหนดว่าจำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายในกรณีที่มีการผิดสัญญาดังกล่าว และมิใช่กรณีผิดสัญญาหมั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1438, 1439 ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1439

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเกี้ยวพาราสีโจทก์และให้คำมั่นสัญญาว่าถ้าโจทก์ยอมเป็นภริยาจำเลยแล้ว จำเลยจะรับเลี้ยงดูและจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ โจทก์หลงเชื่อจึงได้เสียกับจำเลยจนตั้งครรภ์ โจทก์เตือนจำเลยให้ไปจดทะเบียนสมรส จำเลยผัดผ่อน ต่อมาโจทก์ไปร้องต่อพนักงานสอบสวนพนักงานสอบสวนเรียกจำเลยมาและตกลงกัน จำเลยยอมรับจะเลี้ยงดูและจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ ปรากฏตามสำเนารายงานเบ็ดเสร็จประจำวันท้ายฟ้อง แต่จำเลยหาได้เลี้ยงดูและจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ไม่ การกระทำของจำเลยตลอดจนการผิดสัญญายอมความ ทำให้โจทก์เสียหายขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเกี่ยวกับชื่อเสียง ค่าคลอดบุตร ค่าเลี้ยงดูโจทก์และบุตรรวม ๑๐,๕๐๐ บาท จำเลยให้การว่าจำเลยรักใคร่ชอบพอและได้เสียกับโจทก์โดยความสมัครใจ จำเลยไม่เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะเลี้ยงดูหรือจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ จำเลยรับกับพนักงานสอบสวนเพราะถูกขู่ และตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ทั้งคดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่ร่างกายและชื่อเสียงของโจทก์ ๕,๐๐๐ บาท ค่าเสียหายที่ต้องคลอดบุตรและค่าเลี้ยงดูเป็นเหตุการณ์ในอนาคต จะพิพากษาให้เมือข้ออ้างต่าง ๆ ได้เกิดขึ้นจริง ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นนายหนึ่งทำความเห็นแย้งว่า โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเรียกค่าเสียหายใด ๆ ควรพิพากษายกฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเชื่อว่าข้อเท็จจริงเป็นดังโจทก์ฟ้อง และวินิจฉัยว่าแม้จำเลยจะได้หลอกลวงว่าจะเลี้ยงดูโจทก์เป็นภริยา การกระทำของจำเลยก็หาเป็นการละเมิดต่อโจทก์ไม่ โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวไม่ได้ (นัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๗๖/๒๔๘๘) ส่วนที่โจทก์เรียกค่าเสียหายเพราะจำเลยไม่ปฏิบัติตามบันทึกที่ทำไว้กับพนักงานสอบสวนนั้น บันทึกดังกล่าวมิได้กำหนดว่าในกรณีที่มีการผิดสัญญา จำเลยจะต้องใช้ค่าเสียหายทั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์มีบทบัญญัติให้ชายหญิงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กันในกรณีผิดสัญญาหมั้น ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๓๘, ๑๔๓๙ เป็นต้น คดีของโจทก์ไม่อยู่ในข่ายที่จะเรียกค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2518 นางสาวมณี มั่นคง โจทก์ นายเล่ง นิจกิจ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวมณี มั่นคง · ล. - นายเล่ง นิจกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา สุมาวงศ์ · สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพังงา - นายไพโรจน์ แก้วทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ วราภรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา