⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 816/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2518

ป.พ.พ. ม.7, 113, 136 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.93

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยอ้างว่าได้ชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์แล้วบางส่วน และโจทก์ออกใบรับให้ แต่ใบรับนั้นเสียหายไป จำเลยย่อมนำพยานบุคคลมาสืบประกอบการอ้างได้ตามกฎหมาย การคิดดอกเบี้ยล่วงหน้าเกินอัตราและคิดดอกเบี้ยทบต้นโดยมิได้ตกลงกันเป็นหนังสือ เป็นหนี้ที่ตกเป็นโมฆะ แต่ส่วนหนี้เงินต้นที่สมบูรณ์ยังคงบังคับได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอ้างว่าชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์แล้วบางส่วน และโจทก์ออกใบรับให้แต่ต่อมาปลวกขึ้นบ้านจำเลยกับใบรับนั้นเสีย ดังนี้จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) จำเลยกู้เงินให้โจทก์ไปจริงเพียง 2,000 บาท ซึ่งจำเลยชำระแล้ว 1,000 บาท ส่วนอีก 2,420 บาทเป็นดอกเบี้ยล่วงหน้าที่โจทก์เรียกเกินอัตรา และคิดดอกเบี้ยทบต้นโดยมิได้มีการตกลงเป็นหนังสือต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654, 655 ดังนั้นดอกเบี้ยดังกล่าว จึงเป็นหนี้ที่ไม่สมบูรณ์ ตกเป็นโมฆะ ส่วนหนี้เงินต้นที่ยังคงค้างชำระอยู่อีก 1,000 บาท นั้นยังคงสมบูรณ์อยู่ สัญญากู้ไม่เป็นโมฆะทั้งฉบับ ในส่วนที่สมบูรณ์โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องบังคับได้ และมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.136 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.654 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.655

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.136 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินไป ๔,๔๒๐ บาท ดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนดชำระวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๑๔ แต่จำเลยไม่ชำระ จึงขอให้จำเลยชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย นับแต่วันผิดนัด จำเลยให้การว่ากู้เงินโจทก์จริงเพียง ๒,๐๐๐ บาท โจทก์นำดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๕ ต่อเดือน กำหนดเวลา ๑ ปีมารวมด้วยเป็น ๓,๒๐๐ บาท ถึงกำหนดแล้วจำเลยไม่ชำระจึงทำสัญญากันใหม่ และเอาดอกเบี้ย ๑,๒๒๐ บาท ตามสัญญาที่ต่อใหม่รวมเข้าไปด้วยเป็นยอดเงิน ๔,๔๒๐ บาท จำเลยชำระเงินให้แล้ว ๑,๐๐๐ บาท เมื่อ ๘ ธันวาคม ๒๕๑๕ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับเงินต้น ๒,๐๐๐ บาท นับแต่วันกู้ถึงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๑๕ ระยะหนึ่ง กับให้จำเลยชำระเงินต้นที่เหลือ ๑,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่ ๙ ธันวาคม ๒๕๑๕ ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงินต้น ๔,๔๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันทำสัญญาจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยนำสืบว่าเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ จำเลยกู้เงินมาจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูตรัง จำกัด เป็นเงิน ๘,๔๐๐ บาท โดยจำเลยรับราชการครูและเป็นสมาชิกสหกรณ์นั้นปรากฏตามเอกสารหมาย ล.๑ จำเลยนำเงินที่กู้มาได้ไปชำระหนี้รายอื่น และชำระหนี้ให้โจทก์ ๑,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๑๕ โจทก์ออกใบรับเงินให้ ต่อมาปลวกขึ้นบ้านจำเลยกัดใบรับเงินนี้เสีย จึงไม่มีส่งอ้าง จำเลยนำพยานบุคคลคือ นายวิน วงษ์ผู้ดี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและนายยิ้ม หนูสอน มาสืบว่าได้รู้เห็นจำเลยชำระเงิน ๑,๐๐๐ บาทให้โจทก์ และโจทก์ออกใบรับให้จำเลยซึ่งจำเลยมีสิทธิที่จะสืบเช่นนี้ได้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๓(๒) โจทก์มิได้สืบหักล้างในข้อนี้อย่างใด จึงฟังได้ว่าจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์แล้ว ๑,๐๐๐ บาท สรุปแล้วคดีฟังได้ว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปจริงเพียง ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยชำระแล้ว ๑,๐๐๐ บาท ส่วนอีก ๒,๔๒๐ บาท เป็นดอกเบี้ยล่วงหน้าที่โจทก์เรียกเกินอัตราและคิดดอกเบี้ยทบต้นโดยมิได้มีการตกลงเป็นหนังสือ เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๔, ๖๕๕ ฉะนั้น หนี้ดอกเบี้ยดังกล่าวจึงเป็นหนี้ที่ไม่สมบูรณ์ตกเป็นโมฆะ ส่วนหนี้เงินต้นที่ยังค้างชำระอยู่อีก ๑,๐๐๐ บาทนั้น ยังคงสมบูรณ์อยู่ สัญญากู้หมาย จ.๑ ไม่ตกเป็นโมฆะทั้งฉบับในส่วนที่สมบูรณ์โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินต้น ๑,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยสำหรับเงิน ๑,๐๐๐ บาท ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2518 นายคล้อย รอดทุกข์ โจทก์ นายประศาสณ์ หรือ ทิ้ง สัคคุณี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคล้อย รอดทุกข์ · ล. - นายประศาสณ์ หรือ ทิ้ง สัคคุณี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผสม จิตรชุ่ม · บัญญัติ สุชีวะ · เดช วุฒิสิงห์ชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายอำนวย หมวดเมือง · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1215/2500ฎีกา 1862/2518ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1800/2511ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 6239/2551ฎีกา 149/2526ฎีกา 94/2493ฎีกา 548/2522ฎีกา 794/2509ฎีกา 359/2521ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 484/2486ฎีกา 4007/2552ฎีกา 3024/2528ฎีกา 7633/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา