คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 906/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายไปแล้ว ไม่ใช่เหตุสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ที่จะอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
ย่อคำพิพากษา
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ที่จะรับเป็นฎีกาได้จะต้องปรากฏว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกาผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นลงลายมือชื่อรับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากจำเลยได้ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายไปแล้ว 5,000 บาท กรณีมีเหตุที่ศาลสูงจะพึงใช้ดุลพินิจในทางที่เป็นคุณแก่จำเลย ดังนี้ หาได้ยกเหตุว่า คดีมีปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดแต่ประการใดไม่ ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้กระทำโดยประมาท กล่าวคือจำเลยซึ่งอยู่ในภาวะมึนเมาเพราะเสพสุรา บังอาจขับขี่รถจักรยานยนต์ไปตามถนนด้วยความเร็วสูง มิได้คำนึงถึงความปลอดภัยของคนเดินถนน เป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับชนนายวิลัยขณะเดินอยู่บนไหล่ทางด้านซ้ายถึงแก่ความตาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙,๖๖ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๗,๑๓ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก ๔ ปี ลดฐานรับสารภาพให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลย ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ ให้จำคุกจำเลย ๒ ปี ๘ เดือน จำเลยรับสารภาพลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าการที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยนั้น เป็นการชอบหรือไม่ เพราะคดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การที่ผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นลงลายมือชื่อรับรองให้ฎีกาได้โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากจำเลยได้ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายโดยได้ชดใช้ไปแล้ว ๕,๐๐๐ บาท กรณีมีเหตุที่ศาลสูงสุดจะพึงใช้ดุลพินิจในทางที่เป็นคุณแก่จำเลยนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๑ ที่จะรับเป็นฎีกาได้นั้นจะต้องปรากฏว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นหาได้ยกเหตุว่าคดีมีปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดแต่ประการใดไม่ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยจึงไม่ชอบและศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย
ให้ยกฎีกาจำเลยเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 906/2518
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน โจทก์
นายชดหรือสุชด พริกสุวรรณ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน · ล. - นายชดหรือสุชด พริกสุวรรณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา สุมาวงศ์ · สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดหลังสวน - นายสถิตย์ เล็งไธสง · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ วุฒิปาณี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา