คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1008/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยนำเงินที่ยักยอกไปมาชำระคืนให้แก่ผู้เสียหายในภายหลังนั้น เพียงแต่ทำให้จำเลยพ้นความรับผิดทางแพ่งเท่านั้น แต่ไม่ทำให้พ้นความรับผิดทางอาญา ผู้เสียหายยังคงเป็นผู้เสียหายในความผิดทางอาญา
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นพนักงานเสมียนการไฟฟ้าและได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการร้านค้าการไฟฟ้าของโจทก์ร่วม ได้ยักยอกเงินของโจทก์ร่วมไป การที่จำเลยนำเงินที่ยักยอกไปมาชำระให้แก่โจทก์ร่วมในภายหลังนั้น เพียงแต่ทำให้จำเลยพ้นความรับผิดทางแพ่งเท่านั้น ไม่ทำให้พ้นความรับผิดทางอาญา โจทก์ร่วมย้งคงเป็นผู้เสียหายในความผิดทางอาญา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพนักงานเสมียนการไฟฟ้าจังหวัดราชบุรี ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการร้านค้าการไฟฟ้าจังหวัดราชบุรี มีหน้าที่รับผิดชอบกิจการในร้านค้า รวมทั้งรับเงินจากผู้ซื้อ ผู้เช่าซื้อ เก็บรักษา นำส่งสมุห์บัญชีการไฟฟ้าจังหวัดราชบุรี ได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทง ต่างกรรมต่างวาระ โดยยักยอกเงินที่ผู้เช่าซื้อโทรทัศน์ชำระให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปเป็นประโยชน์ของจำเลยรวม ๔ ครั้ง (โจทก์ได้บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับวัน เวลาที่กระทำผิด ชื่อผู้เช่าซื้อโทรทัศน์ และจำนวนเงินที่จำเลยยักยอกไปแต่ละครั้งไว้ในคำฟ้องแล้ว) ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓,๔,๘,๑๑
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓,๔,๘,๑๑ กระกระทำของจำเลยผิดต่อกฎหมายหลายบท หลายกระทง ต่างกรรมต่างวาระ ให้ลงบทหนักที่สุดตามมาตรา ๔ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ เรียกกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และคำสั่งของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๒ จำคุก กระทรงละ ๕ ปี รวม ๔ กระทงเป็นจำคุก ๒๐ ปี จำเลยให้ความรู้แก่ศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๓ ปี ๔ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ จำเลยกระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันในลักษณะความผิดเดียวกันทุกธรรม ให้ลงโทษจำเลยกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำคุก ๕ ปี จำเลยให้ความรู้แก่ศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วว่า เชื่อว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตยักยอกเงินจำนวนตามฟ้อง ไปเป็นประโยชน์ของจำเลย เมื่อการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดทางอาญาแล้วโจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายในทางอาญา และการที่จำเลยนำเงินจำนวนดังกล่าวมาชำระให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคภายหลังนั้น เพียงแต่ทำให้จำเลยพ้นความรับผิดทางแพ่งเท่านั้น ไม่ทำให้พ้นความรับผิดทางอาญา โจทก์ร่วมย้งคงเป็นผู้เสียหายในความผิดทางอาญา
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1008/2519
พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โจทก์ร่วม
นายสกล กรสุวรรณ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี · โจทก์ร่วม - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค · ล. - นายสกล กรสุวรรณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง · ประถม วิเชียรเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายชัยนาท พันตาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา