⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1151/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1151/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ฟ้องโจทก์ที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งขออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว ไม่จำเป็นต้องบรรยายรายละเอียดในเรื่องค่าเสียหาย ซึ่งโจทก์อาจนำสืบในชั้นพิจารณาได้อยู่แล้ว ฟ้องโจทก์ไม่ฟ้องเคลือบคลุม 2. การกระทำของลูกจ้างที่กระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอกในทางการที่จ้างของนายจ้าง แม้จะเกิดจากการนำทรัพย์สินของนายจ้างไปใช้โดยไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของนายจ้าง ก็ไม่อาจนำมาใช้ยันบุคคลภายนอกเพื่อให้จำเลยพ้นความรับผิดได้ 3. ผู้ที่ต้องขาดไร้อุปการะเพราะการละเมิด ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทน โดยไม่จำเป็นต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ตาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้อง ก.ลูกจ้างของจำเลย ได้ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยไปในทางการที่จ้าง โดยความประมาทปราศจากความระมัดระวังและขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เป็นเหตุให้ชน ส.บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปลงศพเป็นเงิน 10,000 บาท เป็นฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งขออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว ไม่จำเป็นต้องบรรยายรายละเอียดในเรื่องค่าเสียหายเกี่ยวกับการปลงศพ ซึ่งโจทก์อาจนำสืบในชั้นพิจารณาได้อยู่แล้ว ฟ้องโจทก์ไม่ฟ้องเคลือบคลุม ก.ลูกจ้างจำเลยมีหน้าที่ขับรถขุดดิน แต่ไม่มีหน้าที่ขับรถบรรทุกดินคันเกิดเหตุซึ่งอยู่ในแผนกเดียวกันกับตน วันเกิดเหตุ ก.ได้เบิกรถบรรทุกดินคันเกิดเหตุไปเพื่อขับบรรทุกดินในกิจการของจำเลยแทน ม. โดยประสงค์จะได้เงินค่าล่วงเวลา ท.เจ้าหน้าที่ควบคุมและปล่อยรถจำเลยได้ปล่อยให้ ก.นำรถดังกล่าวไปได้ ศ.เจ้าหน้าที่ของจำเลยซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของ ก.เห็นว่า ก.ไม่มีหน้าที่ขับรถคันนั้น และนำรถออกมาไม่ถูกระเบียบจึงไม่ให้ขับ และให้ก.ไปขับรถขุดดินแทน แต่เมื่อเลิกงาน ศ. กลับปล่อยให้ ก.ขับรถคันเกิดเหตุกลับไปเก็บ ระหว่างทาง ก.ขับรถยนต์ชนบุตรโจทก์ถึงแก่ความตายโดยความประมาท การกระทำของ ก. เป็นไปในทางการที่จ้างของจำเลยโดยตรง การที่รถคันเกิดเหตุถูกนำออกโดยไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย เกิดจากความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่จำเลย จะนำมาใช้ยันบุคคลภายนอกเพื่อให้จำเลยพ้นความรับผิดหาได้ไม่ การที่บุตรโจทก์ถึงแก่ความตายโดยการละเมิด โจทก์ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนที่ต้องขาดไร้อุปการะ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์จะต้องเป็นผู้ที่ดำรงชีพด้วยการอุปการะของผู้ตายจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.443 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1535

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ครอบครองรถบรรทุกดิน ก.ท.ป.๓๕๒๘ และเป็นนายจ้างของนายฤทธิ์กาญ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๑๕ นายฤทธิ์กาญได้ขับรถคันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างโดยประมาทชนนางสมพิศบุตรสาวโจทก์จนถึงแก่ความตาย ขอให้จำเลยร่วมกับผิดชดใช้ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการปลงศพเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท และค่าขาดอุปการะอีกเดือนละ ๓๐๐ บาทเป็นเวลา ๑๐ ปีให้โจทก์ จำเลยให้การว่า นายฤทธิ์กาญเป็นลูกจ้างจำเลยจริง แต่ไม่มีหน้าที่ขับรถคันเกิดเหตุ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดค่าสินไหมทดแทนต่อไป ส่วนค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายในการปลงศพ และฟ้องเคลือบคลุม จำเลยไม่ทราบว่าจะต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง ค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูสูงไป ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์เต็มตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะให้จำเลยจ่ายค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานศพจาก ๑๐,๐๐๐ บาทเหลือเพียง ๗,๐๐๐ บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์บรรยายฟ้องลูกจ้างของจำเลย ได้ขับรถไปในทางการที่จ้างโดยความประมาท เป็นเหตุให้ชน บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นค่าปลงศพและค่าใช้จ่ยเกี่ยวกับการปลงศพเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท นั้น เป็นฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งขออ้างที่อาศัยเป็นหลักแพ่งข้อหา ตามประมวลกฎหมายวิธพิธีพิจารณาความแห่ง มาตรา ๑๗๒ แล้ว ไม่จำเป็นต้องบรรยายราละเอียดในเรื่องค่าเสียหายเกี่ยวกับการปลงศพ ซึ่งโจทก์อาจนำสืบในชั้นพิจารณาได้อยู่แล้ว ฟ้องโจทก์ไม่ฟ้องเคลือบคลุม ลูกจ้างจำเลยมีหน้าที่ขับรถขุดดิน แต่ไม่มีหน้าที่ขับรถบรรทุกดินคันเกิดเหตุซึ่งอยู่ในแผนกเดียวกันกับตน วันเกิดเหตุ นายฤทธิ์ได้เบิกรถบรรทุกดินคันเกิดเหตุไปเพื่อขับบรรทุกดินในกิจการของจำเลยแทน นายมนูญเพื่อโดยประสงค์จะได้เงินค่าล่วงเวลา นายทนงเจ้าหน้าที่ควบคุมและปล่อยรถจำเลยได้ปล่อยให้ นายฤทธิ์นำรถบรรทุกดินคันเกิดเหตุไปถมที่อันเป็นกิจการของจำเลย แล้วปล่อยให้นายฤทธิ์กาญขับรถคันเกิดเหตุกลับไปจนเกิดเหตุคดีนี้โดยความประมาท การกระทำของนายฤทธิ์กาญผู้เป็นลูกจ้างของจำเลยเป็นในทางการที่จ้างจำเลยโดยตรง รถคันเกิดเหตุถูกนำออกโดยไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย ก็เกิดความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่จำเลยจะนำมาใช้ยันบุคคลภายนอกเพื่อให้จำเลยพ้นความรับผิดหาได้ไม่ สำหรับเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๕ บัญญัติว่า "บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดก" และมาตรา ๔๔๓ วรรค ๓บัญญัติว่า "ถ้าว่าเหตุที่ตายลงนั้นทำให้บุคคลคนหนึ่งคนใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วยไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น" ตามบทบัญญัติสองมาตรานี้ย่อมถือได้ว่าการที่นางสมพิศ ยืนยง ตายลงทำให้โจทก์ผู้เป็นบิดาต้องขาดไร้อุปการะจากผู้ตาย โจทก์ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนที่ต้องขาดไร้อุปการะ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์จะต้องเป็นผู้ที่ดำรงชีพด้วยการอุปการะของผู้ตายจริง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1151/2519 นายย่วย ยืนยง โดยนายสัมฤทธิ์ คงเหลือ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ กรุงเทพมหานคร โดยนายชำนาญ ยุวบูรณ์ ผู้ว่าการ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายย่วย ยืนยง โดยนายสัมฤทธิ์ คงเหลือ ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - กรุงเทพมหานคร โดยนายชำนาญ ยุวบูรณ์ ผู้ว่าการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธานินทร์ กรัยวิเชียร · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายดำรง สายเชื้อ · ศาลอุทธรณ์ - นายวีระ มณีดิษฐ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 2224/2528ฎีกา 3912/2526ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา