⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1238/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานขายยาเสพติดให้โทษ และการกระทำความผิดฐานมีไว้เพื่อขายยาเสพติดให้โทษ เป็นคนละกรรมต่างกัน แม้จะเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานตำรวจเข้าทำการจับกุมจำเลยหลังจากจำเลยได้ทำการขายเสร็จขาดตอนไปแล้ว ค้นได้เฮโรอีนที่จำเลยยังมีเพื่อขายอยู่กับตัวอีก ดังนั้น การขายจำหน่าย หรือจ่ายแจกยาเสพติดให้โทษ กับการมียาเสพติดให้โทษไว้เพื่อขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจก ของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานมีไว้เพื่อขายอีกกระทงหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.67

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดต้องห้ามตามกฎหมายโดยเด็ดขาดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายขายแก่ประชาชน ๒๔ หลอด หนัก ๐.๘๙ กรัม และจำเลยได้จำหน่ายขายเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ดังกล่าว จำนวน ๒ หลอด ให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจแต่งกายนอกเครื่องแบบโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ที่เหลือจากการขาย ๒๒ หลอด กับที่ขายไปแล้ว ๒ หลอด ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุกฐานลักทรัพย์มีกำหนด ๑ ปี ภายใน ๕ ปีนับแต่วันพ้นโทษดังกล่าว จำเลยกลับมากระทำผิดคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฯลฯ จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษมาจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและได้จำหน่ายเฮโรอีนนั้น เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ วรรคท้าย ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ ๔ มาตรา ๖ ลงโทษจำคุก ๕ ปี เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ อีก ๑ ใน ๓ เป็นจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน ลดรับสารภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงให้จำคุกมีกำหนด ๓ ปี ๔ เดือน โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิด ๒ กรรม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ เจ้าพนักงานตำรวจเข้าทำการจับกุมจำเลยหลังจากจำเลยได้ทำการขายเสร็จขาดตอนไปแล้ว ค้นได้เฮโรอีนที่จำเลยยังมีเพื่อขายอยู่กับตัวอีก ดังนั้น การขายจำหน่าย หรือจ่ายแจกยาเสพติดให้โทษ กับการมียาเสพติดให้โทษไว้เพื่อขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจก ของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานมีไว้เพื่อขายอีกกระทงหนึ่ง พิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษเฮโรอีนไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายอีกกระทงหนึ่ง และมีความผิดฐานจำหน่ายยกเสพติดให้โทษเฮโรอีนอีกกระทงหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ พระราชบัญญัติเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๖ เรียงกระทงลงโทษจำคุกกระทงละ ๕ ปี รวมโทษจำคุก ๑๐ ปี เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ อีก ๑ ใน ๓ เป็นโทษจำคุก ๑๓ ปี ๔ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ปรานีลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎมายอาญา มาตรา ๗๘ คงให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๖ ปี ๘ เดือน นอกจากนี้แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2519 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายณรงค์ เกิดเอี่ยม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายณรงค์ เกิดเอี่ยม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม จาละ · สงวน สิทธิไชย · ปรีชา สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายประพันธ์ ผลฉาย · ศาลอุทธรณ์ - นายเสมา รัตนมาลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2047/2533ฎีกา 6847/2567ฎีกา 848/2545ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา