⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1252/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญากู้ยืมเงินที่ลงลายมือชื่อผู้กู้และมีข้อความชัดเจนว่าได้กู้เงินไป ถือเป็นหลักฐานการกู้ยืมตามกฎหมาย แม้จะไม่ได้ลงวันที่กู้ยืมไว้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

แม้ในสัญญากู้ยืมเงินจะไม่ได้ลงวันที่ที่กู้ยืมไว้ แต่ก็มีข้อความชัดเจนว่าผู้กู้ได้กู้เงินไปและได้ลงลายมือชื่อผู้กู้เป็นสำคัญไว้แล้ว จึงเป็นหลักฐานการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 ผู้ให้กู้ใช้ฟ้องร้องบังคับคดีได้ ไม่มีกฎหมายบังคับเรื่องแบบการทำสัญญากู้เงินไว้แต่อย่างใด สัญญากู้เงินนี้ไม่เป็นโมฆะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.115 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๑๐,๐๐๐ บาท ยอมเสียดอกเบี้ยอย่างสูงตามกฎหมายและยอมรับผิดในความเสียหายในการทวงถามฟ้องร้องตามสำเนาสัญญากู้ ท้ายฟ้องนับแต่กู้เงินไปจำเลยยังไม่ได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้ ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉย จึงขอให้จำเลยชำระเงินต้น ๑๐,๐๐๐ บาท ค่าดอกเบี้ยค้างชำระ ๕,๖๗๙ บาท และดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ กับใช้ค่าเสียหายเป็นค่าทนายความ ๔,๐๐๐บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า สัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องไม่ปรากฏวันที่ทำ ไม่ถูกแบบเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๕ ใช้บังคับมิได้โจทก์กรอกข้อความในสัญญากู้เองโดยจำเลยไม่รู้เห็นยินยอม ลายมือชื่อในสัญญากู้ไม่ใช่ของจำเลย จำเลยไม่เคยได้รับเงินจากโจทก์ตามสัญญานี้เลย จำเลยเคยกู้เงินโจทก์ ๑๐,๐๐๐บาท แต่ได้ชำระทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยแล้ว จำเลยไม่ยอมคืนสัญญากู้ให้ เงินค่าทนายความ ๔,๐๐๐ บาทโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปและยังไม่ได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ส่วนค่าจ้างทนายความโจทก์เรียกจากจำเลยไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยใช้เงินต้น ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๑๓ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า สัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องไม่มีวันที่ที่ทำสัญญา เป็นสัญญาไม่ถูกแบบตกเป็นโมฆะหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๑๓ จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป ๑๐,๐๐๐ บาท และจำเลยได้ทำสัญญากู้เงินไม่ได้ลงวันที่ให้โจทก์ไว้ตามเอกสารหมาย จ.๑ ที่โจทก์นำมาฟ้อง จำเลยยังไม่ได้ชำระเงินกู้ดังกล่าวแก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้หลักฐานการกู้ยืมเงินตามเอกสารหมาย จ.๑ จะไม่ได้ลงวันที่ที่กู้ยืมไว้ก็ตาม แต่ก็มีข้อความชัดเจนว่าผู้กู้ได้กู้เงินไปและได้ลงลายมือชื่อผู้กู้เป็นสำคัญไว้แล้ว จึงเป็นหลักฐานการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ ซึ่งโจทก์ใช้ฟ้องร้องบังคับจำเลยได้ ไม่มีกฎหมายบังคับเรื่องแบบการทำสัญญากู้เงินไว้แต่อย่างใด สัญญากู้เงินหมาย จ.๑ นี้ไม่เป็นโมฆะ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2519 นายสอิ้ง เตระพันธ์ โจทก์ นายขาบ รัชนิพนธ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสอิ้ง เตระพันธ์ · ล. - นายขาบ รัชนิพนธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุ่ม สุนทรธัย · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · โสพิทย์ คังคะเกตุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระนอง - นายสวิน อักขรายุธ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เจนนภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 581/2501ฎีกา 592/2510ฎีกา 320/2482ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1462/2565ฎีกา 2923/2525ฎีกา 1452/2511ฎีกา 552/2548ฎีกา 2776/2525ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1800/2511ฎีกา 94/2474ฎีกา 272/2490ฎีกา 1897/2538ฎีกา 199/2537ฎีกา 1277/2493ฎีกา 1578/2493ฎีกา 1313/2515ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 2195/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา