⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1530/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1530/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ธนาคารไม่ต้องรับผิดหากได้จ่ายเงินตามเช็คที่ไม่ได้ขีดคร่อมไปโดยสุจริตและปราศจากความประมาทเลินเล่อ แม้เงินในบัญชีของผู้สั่งจ่ายจะไม่พอจ่ายก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เช็คที่จำเลยออกให้ ส. ไม่ใช่เช็คขีดคร่อม กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 997 วรรค 3 ซึ่งบัญญัติยกเว้นความรับผิดของธนาคารไว้ เมื่อธนาคารได้จ่ายเงินตามเช็คไปโดยสุจริตและปราศจากความประมาทเลินเล่อและแม้เงินในบัญชีของจำเลยจะมีไม่พอจ่ายก็ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 991 ก็หาได้บังคับโดยเฉียบขาดมิได้ให้ธนาคารจ่ายเงินเกินบัญชีของผู้เคยค้าไม่ ดังนั้น จำเลยต้องรับผิดต่อธนาคารโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.987 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.991 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.997

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกค้าของธนาคารโจทก์มีบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวัน ต่อมาจำเลยได้ตกลงกับธนาคารโจทก์ขอเบิกเงินเกินบัญชี โดยวิธีบัญชีเดินสะพัดเป็นการชั่วคราว ยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๔ ต่อปีของจำนวนเงินที่เบิกเกินบัญชี โดยคิดทบต้นเป็นรายเดือน จำเลยใช้เช็คเบิกเงินเกินบัญชีรวม ๔ ครั้ง เป็นเงิน ๓๗,๓๔๗ บาท เมื่อหักทอนบัญชีแล้ว จำเลยเป็นหนี้ธนาคารโจทก์อยู่ ๒๙,๗๘๘.๔๔ บาท คิดรวมดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๘๑,๔๕๐.๔๔ บาท ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๔ ต่อปี นับแต่วันฟ้องถึงวันชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้ขอเบิกเงินเกินบัญชีโดยวิธีบัญชีเดินสะพัดโจทก์จ่ายเงินตามเช็คเมื่อเงินในบัญชีของจำเลยไม่พอจ่าย ซึ่งธนาคารโจทก์มีสิทธิไม่จ่าย และจ่ายโดยไม่สมประโยชน์ของจำเลยโดยจำเลยไม่รับรู้ด้วย จะเรียกร้องให้จำเลยรับผิดไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าธนาคารโจทก์กับจำเลยตกลงเปิดบัญชีเดินสะพัดต่อกัน การที่ธนาคารโจทก์จ่ายเงินเกินบัญชีไปอาจเพื่อช่วยลูกค้าของตน แม้เช็คที่จำเลยออกให้นายสมบูรณ์จะไม่มีหนี้ต่อกันตามที่จำเลยนำสืบก็ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๖ จำเลยต้องรับผิดตามเช็คที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายและเบิกเกินบัญชีไป พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน ๒๙,๗๘๘.๔๔ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีจากจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๑๗ เป็นต้นไป ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ทวงถามกำหนดให้ชำระหนี้จนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยฎีกา วินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้เคยค้ากับธนาคารได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ให้นายสมบูรณ์และธนาคารได้จ่ายเงินตามเช็คนั้นให้แก่นายสมบูรณ์ไปแล้ว จำเลยจึงต้องตกเป็นลูกหนี้ธนาคารตามจำนวนเงินที่ธนาคารได้จ่ายไปตามเช็คนั้น แม้เงินในบัญชีจะมีไม่พอจ่าย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๑ ก็หาได้บังคับโดยเฉียบขาดมิให้ธนาคาจ่ายเงินเกินบัญชีของผู้เคยค้าไม่ และเช็คที่จำเลยออกให้ นายสมบูรณ์ ไม่ใช่เช็คขีดคร่อม กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๗ วรรค ๓ ซึ่งบัญญัติยกเว้นความรับผิดของธนาคารไว้ เมื่อธนาคารได้จ่ายเงินตามเช็คไปโดยสุจริตและปราศจากความประมาทเลินเล่อธนาคารโจทก์จึงไม่ต้องรับผิดในจำนวนเงินที่จ่ายไปตามเช็คนั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1530/2519 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ฯ โจทก์ นายสมชาย คงอุดมธนกร หรือ เก็กเซี้ยง แซ่ลี้ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ฯ · ล. - นายสมชาย คงอุดมธนกร หรือ เก็กเซี้ยง แซ่ลี้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ · ปรีชา สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายเสริม บุญทรงสันติกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายยนต์ สวนพุฒ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 610/2520ฎีกา 4513/2533ฎีกา 698/2537ฎีกา 6549/2542ฎีกา 545/2503ฎีกา 5645/2544ฎีกา 901/2505ฎีกา 2014/2519ฎีกา 1965/2531ฎีกา 1853/2511ฎีกา 615/2535ฎีกา 1404/2494ฎีกา 22658/2555ฎีกา 342/2520ฎีกา 1043/2534ฎีกา 297/2501ฎีกา 1898-1899/2526ฎีกา 622/2512ฎีกา 8730/2544ฎีกา 1126/2523ฎีกา 1558/2529ฎีกา 543/2510ฎีกา 1716/2499ฎีกา 460/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา