คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1700/2519
ย่อคำพิพากษา
มียาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอินไฮโดรคลอไรด์ไว้ในความครอบครองจำนวนหนึ่ง และจำหน่ายเฮโรอีนนั้นบางส่วนไป เป็นการกระทำความผิดสองกรรมต่างกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม.6 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม.7 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนไอโดรคลอไรด์ไว้ในความครอบครองหนัก ๐.๓๕ กรัม และได้ขายเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจซึ่งแต่งกายนอกเครื่องแบบไป ๒ หลอด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ ฯลฯ
จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๔ มาตรา ๒๐ ทวิ, ๒๐ ตรี , ๒๙ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๖,๗,๑๒ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๐ ทวิ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ จำเลยอายุ ๑๙ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ จำคุก ๓ ปี ๔ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำคุกจำเลย ๑ ปี ๘ เดือน ริบเฮโรอีนของกลาง แต่ที่โจทก์ขอให้ศาลสั่งคืนเงิน ๒๐ บาทของกลางให้เจ้าพนักงานตำรวจนั้น เห็นว่า เป็นเงินที่จำเลยได้มาจากการขายยาเสพติดให้โทษ จึงคืนให้ไม่ได้
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิด และคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าพนักงานตำรวจ
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่า ให้คืนธนบัตร ๒๐ บาทของกลางแก่เจ้าพนักงานตำรวจ
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยมีมียาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอินไฮโดรคลอไรด์ไว้ในความครอบครองจำนวนหนึ่ง และจำหน่ายเฮโรอีนของกลางนั้นบางส่วนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจไป เป็นการกระทำความผิดสองกรรมต่างกัน ศาลต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทรงความผิดไป พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๔ ทวิ, ๒๐ ทวิ, ๒๐ ตรี ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๔,๖,๗ ให้ลงโทษทุกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ จำเลยอายุกว่า ๑๗ ปี แต่ยังไม่เกิน ๒๐ ปี เมื่อลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ แล้ว ให้ลงโทษจำคุกจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองกำหนด ๘ เดือน ลงโทษจำคุกฐานจำหน่ายเฮโรอีนมีกำหนดจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน รวมเป็นจำคุกจำเลย ๔ ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประ มวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1700/2519
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายสามารถหรืออ๊อด นามเรือง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายสามารถหรืออ๊อด นามเรือง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุ่ม สุนทรธัย · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · โสพิทย์ คังคะเกตุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายอุดม บรรลือสินธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญชา กุลทนันทน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา