คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1931/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้เงินแก่บุคคลอื่นเพื่อนำไปมอบให้เจ้าพนักงานเพื่อช่วยเหลือในคดีอาญาอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานให้สินบนเจ้าพนักงาน ผู้ให้เงินจึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกงได้
ย่อคำพิพากษา
การที่ ส.มอบเงินให้จำเลยเพื่อใช้เป็นค่าเดินทางไปติดต่อและนำไปให้เจ้าพนักงานตำรวจเพื่อให้ช่วยเหลือในคดีที่ ส. ต้องหาว่าพยายามฆ่าผู้อื่น แม้เจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวจะไม่มีตัวตนและจำเลยจะไม่ได้ไปติดต่อกับผู้ใดก็ตาม ก็ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญเพราะเจตนาของ ส.ที่ให้เงินจำเลยเพื่อจำะให้เจ้าพนักงานช่วยเหลือตนที่ต้องคดีอาญาอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของ ส.เป็นการร่วมกับจำเลยในการนำสินบนไปให้เจ้าพนักงานอันอาจถือได้ว่า ส.เป็นผู้ใช้ให้จำเลยไปกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 84 ส.จึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายที่จะมีสิทธิร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานนำคดีขึ้นว่ากล่าวในความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นความผิดต่อส่วนตัวได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยเจตนาทุจริต ได้ฉ้อโกงทรัพย์ของนายสุชินหลายครั้ง ต่างวาระกัน โดยใช้กลอุบายหลอกว่าจำเลยจะช่วยเหลือติดต่อกับพันตำรวจตรีบรรเจิด สุวรรณรัฐ ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นสารวัตรอยู่ที่กองพิสูจน์อาวุธปืน กรมตำรวจ เพื่อให้ช่วยเหลือในคดีที่นายสุชินเป็นผู้ต้องหาฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ในการนี้จำเลยได้เรียกร้องเงินจากนายสุชินเป็นค่าเดินทางและติดต่อกับพันตำรวจตรีบรรเจิด นายสุชินหลงเชื่อจึงให้เงินแก่จำเลยไป ซึ่งความจริงแล้วพันตำรวจตรีบรรเจิด สุวรรณรัฐ ไม่มีตัวตนอยู่ที่กองพิสูจน์อาวุธปืนดังจำเลยกล่าวอ้าง และจำเลยมิได้ติดต่อกับผู้ใดเพื่อช่วยเหลือนายสุชิน เหตุเกิดที่ตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย และพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โดยฟังว่านายสุชินมิใช่ผู้เสียหาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ นายสุชินมอบเงินให้จำเลยเพื่อใช้เป็นค่าเดินทางไปติดต่อและนำไปให้เจ้าพนักงานตำรวจเพื่อให้ช่วยเหลือในคดีที่นายสุชิน ต้องหาว่าพยายามฆ่าผู้อื่น แม้เจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวจะไม่มีตัวตนและจำเลยจะไม่ได้ไปติดต่อกับผู้ใดก็ตาม ก็ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญเพราะเจตนาของ นายสุชินที่ให้เงินจำเลยเพื่อจำเลยก็เพื่อจะให้เจ้าพนักงานช่วยเหลือตนที่ต้องคดีอาญาอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของ นายสุชินเป็นการร่วมกับจำเลยในการนำสินบนไปให้เจ้าพนักงานอันอาจถือได้ว่า นายสุชินเป็นผู้ใช้ให้จำเลยไปกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๔ นายสุชินจึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายที่จะมีสิทธิร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานนำคดีขึ้นว่ากล่าวในความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นความผิดต่อส่วนตัวได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1931/2519
พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี โจทก์
นายบรรจง หรือชัยพฤกษ์ สุวรรณรัฐ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี · ล. - นายบรรจง หรือชัยพฤกษ์ สุวรรณรัฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ภิญโญ ธีรนิติ · สนับ คัมภีรยส · ขจร หะวานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี - นายเกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินิจ วินิจนัยภาค |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา