⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2024-2025/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2024-2025/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งคำบังคับโดยปิดไว้ที่บ้านซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลย ถือเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีถิ่นที่อยู่หลายแห่งสับเปลี่ยนกันไป ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 45 ให้ถือเอาแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นภูมิลำเนา บ้านแห่งหนึ่งจึงเป็นภูมิลำเนาของจำเลย การที่พนักงานเดินหมายนำคำบังคับไปส่งแล้วปิดคำบังคับไว้ที่บ้านแห่งนั้น จึงเป็นการส่งคำบังคับที่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.74 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.45

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยสำนวนแรกใช้เงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย และค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ สำนวนหลังชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์ หากไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทน หากจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระอีกก็ให้จำเลยที่ ๓ ชำระแทน จำเลยสำนวนแรกไม่ชำระหนี้ตามยอม โจทก์สำนวนแรกจึงขอให้ออกหมายบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยสำนวนแรกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ คดีสำนวนหลังถึงที่สุดแล้ว โจทก์สำนวนหลังขอให้ออกคำบังคับจำเลยทั้งสามในสำนวนหลังให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา หากไม่มีผู้รับ ขอให้ปิดคำบังคับ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้ตามขอ พนักงานเดินหมายไปส่งให้แก่จำเลยที่ ๓ ในสำนวนหลังที่บ้านเลขที่ ๑๗/๖ ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แต่ไม่พบ พบแต่หญิงคนหนึ่งอายุ ๔๐ปีแจ้งว่าจำเลยที่ ๓ ย้ายออกจากบ้านดังกล่าวแล้ว และไม่ยอมรับคำบังคับแทน พนักงานเดินหมายจึงปิดคำบังคับไว้ที่บ้านนั้น โจทก์สำนวนหลังร้องว่า จำเลยทั้งสามสำนวนหลังทราบคำบังคับแล้ว จำเลยที่ ๑, ที่ ๒ ไม่มีทรัพย์สินที่จะยึดขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้ จึงขอรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดส่วนที่เหลือจากชำระหนี้ให้โจทก์สำนวนแรกแล้ว จำเลยสำนวนแรกคัดค้านว่า พนักงานเดินหมายนำคำบังคับไปปิดที่บ้านเลขที่ ๑๗/๖ ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มิใช่ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของจำเลยที่ ๓ ในสำนวนหลัง จำเลยที่ ๓ จึงยังไม่ได้รับคำบังคับ การบังคับคดีในสำนวนหลังไม่อาจมีได้ ขอให้ศาลสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง เมื่อครบกำหนดตามคำบังคับแล้วโจทก์สำนวนหลังร้องว่า จำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดีตั้งหัวหน้ากองบังคับคดีแพ่งยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสามในสำนวนหลัง จำเลยที่ ๓ ในสำนวนหลังร้องอีกว่า จำเลยที่ ๓ ย้ายออกจากบ้านเลขที่ ๑๗/๖ ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ไปอยู่บ้านเลขที่ ๑๓๗/๑๖ ตำบลสัตหีบ ประมาณ ๓ ปีแล้ว การปิดคำบังคับไว้ที่บ้านเลขที่ ๑๗/๖ ดังกล่าวจึงไม่ชอบ ขอให้ส่งคำบังคับให้จำเลยที่ ๓ ใหม่และสั่งยกเลิกหมายบังคับคดี ต่อมาจำเลยที่ ๓ ในสำนวนหลังร้องอีกว่า โจทก์สำนวนหลังไม่มีสิทธิ์บังคับคดีแก่จำเลยที่ ๓ ในสำนวนหลังโดยอ้างเหตุผลทำนองเดียวกับที่จำเลยสำนวนแรกกล่าวไว้ในคำคัดค้านสำนวนแรก ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว วินิจฉัยว่าบ้านเลขที่ ๑๗/๖ ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เป็นภูมิลำเนาแห่งหนึ่งของจำเลยที่ ๓ ในสำนวนหลัง การปิดคำบังคับที่บ้านดังกล่าวจึงชอบแล้ว มีคำสั่งให้โจทก์สำนวนแรกเข้าเฉลี่ยหนี้จากทรัพย์สินของนางตระหนี่จำเลยได้ นางตระหนี่จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นางตระหนี่จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นางตระหนี่มีบ้านอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๗/๖ ซอยศูนย์วิจัย แหงหนึ่ง ที่อ้างว่าย้ายออกจากบ้านดังกล่าวไปอยู่บ้านเลขที่ ๑๓๗ ตำบลสัตหีบ ๓ ปีแล้วนั้น นางตระหนี่คงมีแต่ภาพถ่ายใบแจ้งการย้ายมาแสดง ภาพถ่ายใบแจ้งย้ายดังกล่าวระบุว่าย้ายมาจากบ้านเลขที่ ๑๑๐ ซอยวิเศษสุข หาใช่บ้านเลขที่ ๑๗/๖ ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ไม่ นอกจากนี้ยังปรากฏจากสำนวนแรกว่านางตระหนี่อยู่บ้านเลขที่ ๑๐๕/๒ ซอยบ้านไทรทอง ถนนเพชรบุรีอีกแห่งหนึ่ง จึงเห็นได้ว่านางตระหนี่จำเลยมีถิ่นที่อยู่หลายแห่งสับเปลี่ยนกันไป ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๕ ให้ถือเอาแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นภูมิลำเนา บ้านเลขที่ ๑๗/๖ ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จึงเป็นภูมิลำเนาแห่งหนึ่งของนางตระหนี่จำเลยที่ ๓ ในสำนวนหลัง การที่พนักงานเดินหมายนำคำบังคับไปส่งแล้วปิดคำบังคับไว้ที่บ้านเลขที่ ๑๗/๖ ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ อันเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ ๓ ในสำนวนหลัง จึงเป็นการส่งคำบังคับที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๔ และมาตรา ๗๙ แล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2024 - 2025/2519 นายวีระ นิวาตวงศ์ กับพวก โจทก์ นางตระหนี่ วิเศษสุข ล. นายจีระ เจริญเลิศ ผู้ร้อง นายจีระ เจริญเลิศ โจทก์ บริษัทไทยพิกเมนต์แอนด์ซิรามิค อินดัสตรี จำกัด กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวีระ นิวาตวงศ์ กับพวก · ล. - นางตระหนี่ วิเศษสุข · ผู้ร้อง - นายจีระ เจริญเลิศ · โจทก์ - นายจีระ เจริญเลิศ · ล. - บริษัทไทยพิกเมนต์แอนด์ซิรามิค อินดัสตรี จำกัด กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายยง โรจนสุพจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1843/2536ฎีกา 345/2520ฎีกา 3488/2545ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 10/2548ฎีกา 1395/2534ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 1546/2514ฎีกา 4041/2542ฎีกา 12445/2547ฎีกา 2379-2380/2532ฎีกา 3794/2536ฎีกา 2051/2536ฎีกา 5441/2546ฎีกา 5015/2541ฎีกา 568/2531ฎีกา 477/2532ฎีกา 5393/2542ฎีกา 7385/2556ฎีกา 4378/2531ฎีกา 610/2545ฎีกา 1077/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา