⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2160/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2160/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลไปกับผู้กระทำความผิดและวิ่งหนีไปด้วยเมื่อผู้กระทำความผิดหลบหนี ถือเป็นพฤติการณ์ที่เพียงพอให้สันนิษฐานได้ว่าบุคคลนั้นได้ร่วมกระทำความผิด.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยไปกับคนร้ายที่ลงมือกระทำความผิดและเมื่อคนร้ายวิ่งหนีไปจำเลยก็วิ่งหนีไปด้วย ประกอบกับคำรับของจำเลยต่อหน้ากำนันในตอนจับกุม ย่อมเป็นพฤติการณ์เพียงพอที่จะทำให้ฟังได้ว่าจำเลยได้ร่วมกระทำผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีก ๑ คน ร่วมกันลักนาฬิกาข้อมือ ๑ เรือนและวิทยุ ๑ เครื่องของนายประทวน แนวหล้า โดยใช้กริยาฉกฉวยเอาทรัพย์ดังกล่าวซึ่งหน้าพาหนีไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๕๕๐ บาทแก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖ ลดมาตราส่วนโทษแล้วจำคุกจำเลย ๑ ปี ๔ เดือน ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของโจทก์ยังรับฟังมิได้ว่าจำเลยกระทำผิดดังฟ้อง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้ไปอยู่ใกล้กระท่อมนาของผู้เสียหายตอนที่มีคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ของผู้เสียหายไปจริง และจำเลยก็รับว่าได้ไปกับคนร้ายนั้นด้วย แต่มิได้รู้เห็นเป็นใจร่วมในการวิ่งราวทรัพย์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าผู้เสียหายเบิกความยืนยันว่าเมื่อคนร้ายกระชากนาฬิกาข้อมือวิ่งหนีไป ก็มีชายอีกคนหนึ่งวิ่งตามไปด้วย และในที่สุดก็จับคนที่วิ่งหนีนั้นได้คนหนึ่งคือจำเลยนี้ ผู้เสียหายนำตัวจำเลยไปที่บ้านของนายสมัยกำนัน นายสมัยได้เบิกความรับรองความข้อนี้ ทั้งยังได้บันทึกคำรับของจำเลยให้จำเลยลงชื่อไว้ด้วย ไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าพยานโจทก์แกล้งปรักปรำใส่ร้ายจำเลย การที่จำเลยไปกับคนร้ายที่ลงมือกระทำความผิด และเมื่อคนร้ายวิ่งหนีไปจำเลยก็วิ่งหนีไปด้วย ประกอบกับคำรับของจำเลยต่อนายสมัยกำนันในตอนจับกุม ย่อมเป็นพฤติการณ์เพียงพอที่จะทำให้ฟังได้ว่าจำเลยได้ร่วมกระทำผิดกับคนร้ายอีกคนหนึ่ง ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยได้ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้จริง พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2160/2519 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นายประยูร รำเพยพล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น · ล. - นายประยูร รำเพยพล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · พิทยา มงคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายอุดมศักดิ์ ศิริอ่อน · ศาลอุทธรณ์ - นายยง โรจนสุพจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 824/2535ฎีกา 1168-1169/2479ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1148/2534ฎีกา 3578/2531ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 831/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 435/2535ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3361/2536ฎีกา 1386/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา