⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2389/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายที่ดินที่ได้มาเพื่อการค้าหรือหากำไร ไม่ถือเป็น "การขายของนอกจากที่ระบุไว้ในข้ออื่นซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" ตามมาตรา 8 (32) แห่งพระราชบัญญัติฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502

ย่อคำพิพากษา

พฤติการณ์ที่โจทก์ซื้อที่ดินแปลงแรกแล้วตัดโค่นต้นไม้ ถมที่ และทำเขื่อนเป็นการปรับปรุงให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น แล้วซื้อที่ดินแปลงหลังเพื่อให้มีทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงแรกและขายไปทั้งสองแปลงหลังจากซื้อที่ดินแปลงหลังไม่ถึง 4 เดือน ทั้งข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ซื้อที่ดินมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะตั้งโรงงานดังที่โจทก์อ้าง ดังนี้ แสดงว่าโจทก์ขายที่ดินไปเป็นทางค้าหรือหากำไร "การขายของนอกจากที่ระบุไว้ในข้ออื่นซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" ในมาตรา 8 (32) แห่งพระราชบัญญัติฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 ซึ่งยอมให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 90 นั้น ย่อมหมายถึงของอันเกิดจากการผลิต เพราะถ้าจะให้หมายถึงของทุกชนิดไม่ว่าจะเกิดจากการผลิตหรือไม่นั้น กฎหมายก็ไม่จำต้องบัญญัติคำว่า "ซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" กำกับไว้ และคำว่าผลิตหมายความว่าทำการเกษตรหรือขุดค้นทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบ แปรรูป แปรสภาพสินค้า หรือทำการอย่างใดให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยประการใด ๆ "ผู้ผลิต" หมายความว่าผู้ประกอบการค้าที่ทำการผลิต (ประมวลรัษฎากรมาตรา 77) ที่ดินจึงไม่ใช่ของที่เกิดขึ้นเนื่องจากการผลิต จะนำมาตรา 8(32) แห่งพระราชบัญญัติฎีกาดังกล่าวมาปรับในเรื่องการขายที่ดินไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.40 ประมวลรัษฎากร ม.46 ประมวลรัษฎากร ม.77 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 ม.8 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม.15 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม.21 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2504 ม.9 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2508 ม.6

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งแสดงว่า การประเมินภาษีเงินได้และภาษีการค้าของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์มิได้ขายที่ดินโดยมุ่งหวังกำไร จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้และภาษีการค้า จำเลยให้การว่า การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ได้ซื้อที่ดินมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะตั้งโรงงานของบริษัทธนาทิพย์ จำกัด ตามที่โจทก์อ้าง และวินิจฉัยต่อไปว่าพฤติการณ์ที่โจทก์ที่ ๒ ซื้อที่ดินแปลงแรก แล้วตัดโค่นต้นไม้ ถมที่ ทำเขื่อน เป็นการปรับปรุงที่ดินให้มีราคาสูงขึ้น แล้วซื้อที่ดินแปลงหลัง เพื่อให้มีทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงแรกและขายไปทั้งสองแปลงหลังจากซื้อที่ดินแปลงหลังไม่ถึง ๔ เดือน เป็นการแสดงว่า โจทก์ขายที่ดินแปลงที่ ๒ ไป เป็นทางการค้าหรือหากำไร ที่โจทก์ฎีกาว่า ควรหักค่าใช้จ่ายให้ร้อยละ ๙๐ ตามมาตรา ๘(๓๒) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๐๒ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มาตรา ๘ แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๐๒ บัญญัติว่าเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๘) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖ ยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาดังต่อไปนี้ ฯลฯ (๓๒) การขายของนอกจากที่ระบุไว้ในข้ออื่นซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต คำว่า "ของ . . . . . ซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" ย่อมหมายถึงของอันเกิดจากการผลิต เพราะถ้าจะให้หมายความถึงของทุกชนิดไม่ว่าจะเกิดจากการผลิตหรือไม่แล้ว กฎหมายก็ไม่จำต้องบัญญัติคำว่า "ซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" กำกับไว้ บัญญัติแต่เพียงว่า "การขายของนอกจากที่ระบุไว้ในข้ออื่น" ก็พอ ในหมวด ๔ ว่าด้วยภาษีการค้า คำว่า "ผลิต" หมายความว่า ทำการเกษตร หรือขุดค้นทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบ แปรรูป แปรสภาพสินค้า หรือทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ "ผู้ผลิต" หมายความว่า ผู้ประกอบการค้าที่ทำการผลิต ประมวลรัษฎากรมาตรา ๗๗ แก้ไขเพิ่มเติมครั้งสุดท้ายโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๐๘ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ดินมิใช่ของเกิดขึ้นเนื่องจากการผลิตจะนำมาตรา ๘(๓๒) มาปรับในเรื่องการขายที่ดินหาได้ไม่ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย การประเมินภาษีการค้า ภาษีเงินได้ของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2519 นายประจำ ธรรมมงคล โดยนางเครือทิพย์ ธรรมมงคล ผู้รับมอบอำนาจ กับพวก กรมสรรถากร โดยนายพิพัฒน์ โปษยานนท์ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความกับพวก - นายประจำ ธรรมมงคล โดยนางเครือทิพย์ ธรรมมงคล ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - กรมสรรถากร โดยนายพิพัฒน์ โปษยานนท์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · แผ้ว ศิวะบวร · พยนต์ ยาวะประภาษ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิจิตร หิรัษรัศ · ศาลอุทธรณ์ - นายกุศล บุญยืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1261/2520ฎีกา 1723-1746/2531ฎีกา 495/2519ฎีกา 10135/2539ฎีกา 2913/2516ฎีกา 5890/2539ฎีกา 439/2508ฎีกา 4096/2528ฎีกา 2034/2536ฎีกา 2303/2533ฎีกา 258/2530ฎีกา 4797/2534ฎีกา 1400/2553ฎีกา 6220/2549ฎีกา 4708/2542ฎีกา 2382/2534ฎีกา 1587/2522ฎีกา 778/2527ฎีกา 2642/2538ฎีกา 3113/2531ฎีกา 2643/2515ฎีกา 812/2519ฎีกา 3193/2543ฎีกา 1817-1818/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา