⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3167/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3167/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่ตั้งโรงเก็บวัสดุ โรงซ่อม และสำนักงาน อันเป็นการซื้อเพื่อใช้ที่ดินเกี่ยวกับการค้าหรือกิจการของบริษัท ไม่ถือเป็นการประกอบการค้าที่ดินตามประเภทการค้าอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลรัษฎากร

ย่อคำพิพากษา

บริษัทโจทก์มิได้มีวัตถุประสงค์เป็นผู้ประกอบการค้าที่ดินได้ซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่ตั้งโรงเก็บวัสดุ โรงซ่อมและสำนักงาน อันเป็นการซื้อเพื่อใช้ที่ดินเกี่ยวกับการค้าหรือกิจการของโจทก์ซึ่งเป็นนายช่างกล ช่างหล่อหลอม หรือช่างทำเครื่อง ตามวัตถุประสงค์ของบริษัทโจทก์ ต่อมาทางราชการเวนคืนที่ดินดังกล่าวบางส่วนเพื่อสร้างถนนทำให้ที่ดินถูกแบ่งเป็น 2 แปลง โจทก์ย้ายโรงเก็บวัสดุและโรงซ่อมไปอยู่ที่อื่น แล้วขายที่ดินดังกล่าวไป แม้จะนำเงินที่ได้จากการขายเข้าบัญชีรายได้ของโจทก์ ก็เป็นการนำเข้าบัญชีเพื่อที่จะคำนวณเป็นภาษีเงินได้ของโจทก์เท่านั้นไม่เป็นการประกอบการค้าที่ดิน ไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด 4 ในประเภทการค้า 11การค้าอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลรัษฎากร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.77

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๔๘๗ โจทก์ซื้อที่ดินเนื้อที่ ๗ ไร่เศษเพื่อใช้และได้ใช้เป็นสถานที่ทำการและสถานที่เก็บและบำรุงรักษาเครื่องมือของโจทก์เพื่อดำเนินการก่อสร้างงานวิศวกรรมของโจทก์ตรงตามวัตถุประสงค์ของโจทก์ตามที่ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ ที่ดินโจทก์ถูกทางราชการเวนคืนไปบางส่วนเพื่อสร้างถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ทำให้ที่ดินโจทก์ถูกแบ่งเป็น ๒ แปลง แปลงหนึ่งโจทก์ใช้ทำสำนักงานอีกแปลงหนึ่งใช้เป็นที่เก็บของและโรงซ่อม ต่อมากิจการของโจทก์เจริญขึ้นทำให้โรงซ่อมและที่เก็บของไม่พอ ประกอบกับมีปัญหาเรื่องการจราจร โจทก์จึงย้ายโรงซ่อมและที่เก็บของไปที่อื่น หมดความจำเป็นที่จะต้องใช้ที่ดินหากจะเก็บไว้ก็สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๑๖ โจทก์จึงขายที่ดินที่ตั้งโรงซ่อมและเก็บของเป็นเงิน ๑๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท การขายที่ดินดังกล่าวเป็นการขายเมื่อโจทก์ไม่ใช้ที่ดินแล้ว ไม่ได้ทำการค้าที่ดินแต่อย่างใดและโจทก์ได้เสียภาษีเงินได้แล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ประเมินภาษีเพื่อเรียกเก็บภาษีการค้าในการขายที่ดินจากโจทก์ ให้โจทก์เสียภาษีการค้า เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และภาษีบำรุงเทศบาลเป็นเงิน ๑,๐๔๐,๓๔๗ บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยยกอุทธรณ์โจทก์ แต่ลดเบี้ยปรับคงให้โจทก์เสียภาษีเป็นเงิน ๘๑๓,๑๙๗ บาท ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริงเพราะโจทก์ไม่ได้ทำการค้าที่ดิน จึงฟ้องขอให้พิพากษายกเลิกการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว จำเลยให้การว่า โจทก์ขายที่ดินตามวัตถุประสงค์ของโจทก์เข้าลักษณะเป็นการค้าหากำไร จึงต้องเสียภาษีการค้า แต่โจทก์มิได้เสียภาษีการค้า ดังนั้นการประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มิได้มีวัตถุประสงค์เป็นผู้ประกอบการค้าที่ดิน โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๒ ก็เพื่อใช้เป็นที่ตั้งโรงเก็บวัสดุ ตั้งโรงซ่อมและตั้งสำนักงานของโจทก์ เป็นการซื้อเพื่อใช้ที่ดินเกี่ยวกับการค้าหรือกิจการของโจทก์ซึ่งเป็นนายช่างกล ช่างหล่อหลอม หรือช่างทำเครื่อง เป็นการซื้อตามวัตถุประสงค์ตามหนังสือบริคณห์สนธิ ครั้นเมื่อทางราชการเวนคืนที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๒ บางส่วนเพื่อสร้างถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๒ ถูกแบ่งเป็น ๒ แปลง แปลงทางใต้ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ซึ่งโจทก์ใช้เป็นที่ตั้งโรงเก็บวัสดุและโรงซ่อมได้รับหมายเลขโฉนดเดิมคือโฉนดที่ ๓๐๑๒ โจทก์ขายที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๒ ให้แก่บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หลังจากที่โจทก์ได้ย้ายโรงเก็บวัสดุโรงซ่อมของโจทก์ในที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๒ ไปตั้งอยู่ในที่ดินที่โจทก์เช่าไว้ที่ถนนสุขุมวิทซอย ๑๐๕ ที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๒ ถูกทิ้งว่างเปล่าอยู่ เห็นได้ว่า โจทก์ไม่ต้องการใช้ประโยชน์ที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๒ แต่กลับต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาการขายที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๒ จึงเป็นการขายตามวัตถุประสงค์ตามหนังสือบริคณห์สนธิของโจทก์ ทั้งได้ความว่าโจทก์ไม่เคยได้ขายที่ดินแปลงอื่นอีก จึงฟังไม่ได้ว่าการขายที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๒ ของโจทก์เป็นการประกอบการค้าที่ดิน อนึ่งแม้โจทก์จะนำเงินที่ได้จากการขายที่ดินดังกล่าวแล้วเข้าบัญชีรายได้ของโจทก์ก็เป็นการนำเข้าบัญชีเพื่อที่จะคำนวณเป็นภาษีเงินได้ของโจทก์เท่านั้น เหตุดังกล่าวไม่ทำให้ฟังได้ว่าโจทก์ขายที่ดินโฉนดที่ ๓๐๑๒ เป็นการประกอบการค้าที่ดิน โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด ๔ ในประเภทการค้า ๑๑ การค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งประมวลรัษฎากร พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3167/2524 บริษัทคริสเตียนีและนีลเส็น(ไทย) จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทคริสเตียนีและนีลเส็น(ไทย) จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จังหวัด แสงแข · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสำราญ ศรีประสาธน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2303/2533ฎีกา 258/2530ฎีกา 2382/2534ฎีกา 778/2527ฎีกา 2643/2515ฎีกา 812/2519ฎีกา 1817-1818/2516ฎีกา 3707/2534ฎีกา 9909/2539ฎีกา 971/2518ฎีกา 2169/2534ฎีกา 1618/2522ฎีกา 1027/2510ฎีกา 1283/2526ฎีกา 202/2513ฎีกา 3775/2535ฎีกา 859/2536ฎีกา 1917/2514ฎีกา 2807/2515ฎีกา 4065/2534ฎีกา 1329/2511ฎีกา 536/2521ฎีกา 4007/2534ฎีกา 831/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา