⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2562/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2562/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายหลายบทในความผิดกรรมเดียว ศาลจะลงโทษจำเลยได้เพียงบทเดียวตามที่โจทก์ขอเท่านั้น แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรมก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องข้อ 1 ข. ได้บรรยายถึงการกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงเจ้าทรัพย์และคนอื่น ๆ ซึ่งมิใช่เจ้าทรัพย์ตายเพื่อสะดวกในการปล้นและเพื่อปกปิดการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 340, 340 ตรี เช่นนี้เป็นฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบทเท่านั้นแม้ทางพิจารณาหากจะได้ความว่าจำเลยทำผิดหลายกรรม ศาลจะลงโทษจำคุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปไม่ได้ เพราะเกินคำฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกับพวกกระทำผิดคือ ก. มีอาวุธปืนซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม ๑ กระบอก อาวุธปืนอื่น ๆ อีก ๒ กระบอก โดยผิดกฎหมาย และ ข. จำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวไปปล้นทรัพย์ของนายปราโมทย์หรือหลิน ลีธนะกุล รวมราคา ๙,๑๐๐ บาท ของนางปัน ตันตระการสกุล ๔,๖๐๐ บาท ของนางเจ๊ะนะ กอละ ๑๘๐ บาท ของนางรอฉะ เยรานี ๘๐ บาท และของนายวิจิตร แหวนเพชร ราคา ๑,๕๒๐ บาท โดยใช้ปืนยิงนายปราโมทย์ นางปัน นายอาหมาด นายมะหะหมาดมัสมาน นายอับดุลหมาดยิด โดยเจตนาเพื่อสะดวกในการปล้นทรัพย์และปกปิดการกระทำผิด บุคคลที่ถูกยิงนอกจากนายอับดุลหมาดยิดถึงแก่ความตาย ส่วนนายอับดุลหมาดยิดเพียงแต่ได้รับอันตรายแก่กายเพราะกระสุนปืนไม่ถูกอวัยวะสำคัญ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๕๕, ๗๒, ๗๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๐, ๘๓, ๙๑ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๕๕, ๗๘ ให้จำคุก ๖ ปี ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๗), ๓๔๐ วรรคท้าย และ ๓๔๐ ตรี ลงโทษตามมาตรา ๓๔๐ วรรคท้ายซึ่งเป็นบทหนัก ให้ประหารชีวิต ผิดตามมาตรา ๒๘๙(๗), ๘๐, ๕๒(๑) จำคุกตลอดชีวิต รวมสามกระทงเป็น ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตและจำคุก ๖ ปี จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ ให้จำคุก ๑ ปี ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคท้าย, ๓๔๐ ตรี, ๒๘๙(๗), ๘๓ ลงโทษตามมาตรา ๓๔๑ วรรคท้ายซึ่งเป็นบทหนัก ให้ประหารชีวิต ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๗), ๘๐, ๘๓, ๕๒(๑) ให้จำคุกตลอดชีวิต รวมสามกระทงเป็นประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตและจำคุก ๑ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษตามมาตรา ๗๘ ให้จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิตและจำคุก ๓๗ ปี ๔ เดือน โทษจำคุกตลอดชีวิตนับต่อจากโทษจำคุก ๓๗ ปี ๔ เดือน จำเลยที่ ๒ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๗๕ ปี อาวุธปืน ปลอกกระสุนปืนของกลางริบ ของกลางอย่างอื่นไม่ปรากฏ ยกคำขอที่ให้สั่งคืนเจ้าของ ให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าทรัพย์ด้วย โจทก์จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาพิพากษาเฉพาะจำเลยที่ ๑ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคท้าย ๓๔๐ ตรี, ๒๘๙(๗) โทษตามมาตรา ๓๔๐ วรรคท้าย และมาตรา ๒๘๙(๗) หนักเท่ากัน ลงโทษตามมาตรา ๓๔๐ วรรคท้ายให้ประหารชีวิต รวมสองกระทงเป็นจำคุก ๖ ปี และประหารชีวิต จำเลยรับสารภาพลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุก ๕๔ ปี จำเลยที่ ๒ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคท้าย, ๓๔๐ ตรี, ๒๘๙(๗), ๘๓ โทษตามมาตรา ๓๔๐ วรรคท้ายและมาตรา ๒๘๙(๗) หนักเท่ากัน ลงโทษตามมาตรา ๓๔๐ วรรคท้าย ให้ประหารชีวิต รวมสองกระทงเป็นจำคุก ๑ ปี และประหารชีวิต จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก ๔๐ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่า นอกจากความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมอีกต่างหากตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องข้อ ๑ ก. เป็นฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนโดยเฉพาะ ส่วนคำฟ้องข้อ ๑ ข. ได้บรรยายถึงการกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงเจ้าทรัพย์และคนอื่น ๆ ซึ่งมิใช่เจ้าทรัพย์ตายเพื่อสะดวกในการปล้นและเพื่อปกปิดการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี ศาลฎีกาเห็นว่าคำฟ้องข้อ ๑ ข. เช่นนี้เป็นฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบทเท่านั้น แม้ทางพิจารณาหากจะได้ความว่าจำเลยทำผิดหลายกรรมดังฎีกาของโจทก์ ศาลจะลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปไม่ได้เพราะเกินคำฟ้อง ฎีกาของโจทก์จึงไม่มีทางที่จะให้ศาลลงโทษจำเลยได้ตามขอ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2562/2519 พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์ นายหลี หวันเจ๊ะ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสตูล · ล. - นายหลี หวันเจ๊ะ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทยา มงคล · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นายดุสิต เพชรปลูก · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพล สุวรรณภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา