⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2569/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2569/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายโดยปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาเดิมที่จำเลยไม่ได้อยู่อาศัยอีกต่อไป ถือว่าเป็นการส่งหมายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหากมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้อง ถือเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่ไม่อาจบังคับได้ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ศาลอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การที่พนักงานเดินหมายนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งที่บ้านอันเคยเป็นภูมิลำเนาเดิมของจำเลย โดยที่บ้านนั้นปิดใส่กุญแจไม่มีคนอยู่ มา 2-3 ปีแล้ว เพราะถูกเทศบาลขับไล่ กำลังจะรื้อและในที่สุดก็ได้รื้อไป บ้านดังกล่าวจึงมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย การปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องที่บ้านหลังนั้นจึงเป็นการมิชอบ และมีเหตุให้น่าเชื่อว่าจำเลยไม่ทราบว่า จำเลยถูกฟ้อง กรณีเช่นนี้เป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ การ ปิดประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายนัดพิจารณาก็ดี การปิดประกาศที่ศาลแทนการส่งคำบังคับก็ดี ไม่มีผลใช้ได้ จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องคดี เรื่องนี้เมื่อถูกยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นวันที่ถือว่าพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ได้สิ้นสุดลง แล้วมายื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนด15 วัน ตามที่ บังคับไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 จึงมีเหตุสมควร อนุญาตให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ได้ตามที่จำเลยร้องขอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.78 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.209

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์สร้างอาคารเจ็ดชั้นที่ถนนจารุเมืองกรุงเทพมหานคร แล้วค้างชำระค่าจ้างโจทก์อยู่ 76,000 บาท ขอให้จำเลยชำระค่าจ้างจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดสัญญาจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน76,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ วันที่ 3 มกราคม 2518 ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยทราบโดยปิดประกาศที่ศาลต่อมาโจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2518 วันที่ 8 พฤษภาคม 2518จำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยมิได้อยู่บ้านเลขที่ 57 ถนนศรีเวียง เขตบางรักกรุงเทพมหานครแล้ว โจทก์นำพนักงานศาลไปปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องที่บ้านหลังนี้ จำเลยจึงไม่ทราบว่าถูกฟ้องคดีจำเลยเพิ่งทราบเรื่องเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของบริษัทวิชิตชัยวัตถุโบราณจำกัด ที่เวิ้งนครเขษม โจทก์ก่อสร้างอาคารไม่เสร็จก็ทิ้งงานไปโจทก์จะต้องคืนเงินให้จำเลย 50,000 บาท จึงขอให้ศาลพิจารณาใหม่ โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ได้ให้จำเลยยื่นคำให้การภายใน 8 วัน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำร้องที่ขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยเสีย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีน่าเชื่อว่าบ้านเลขที่ 57 ถนนศรีเวียงเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เดิมเป็นภูมิลำเนาของจำเลยจริง เพราะจำเลยเองก็ยอมรับว่าในขณะจำเลยจ้างโจทก์ทำการก่อสร้างอาคารเมื่อปี พ.ศ. 2513จำเลยมีภูมิลำเนาที่บ้านนี้ หากจำเลยคงอยู่อาศัยที่บ้านนี้ตลอดมาแล้วการที่พนักงานเดินหมายนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปปิดไว้ก็เป็นการชอบ แต่จำเลยได้นำสืบต่อสู้ไว้ว่าบ้านเลขที่ 57 นี้ปิดใส่กุญแจไม่มีคนอยู่มา 2 - 3 ปีแล้ว เพราะถูกเทศบาลขับไล่ กำลังจะรื้อ และในที่สุดก็ได้รื้อไปในเดือนกรกฎาคม 2517 เดือนเดียวกันกับที่พนักงานเดินหมายได้ไปปิดหมายเรียกบ้านเลขที่ 57 จึงมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลยแล้ว การปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ที่บ้านหลังนี้เป็นการมิชอบและมีเหตุน่าเชื่อว่าจำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้องมิฉะนั้นแล้วจำเลยก็น่าจะต่อสู้คดีแน่ เพราะจำเลยเองก็มีข้อกล่าวหาว่าโจทก์ผิดสัญญา กรณีเช่นนี้เป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ การประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายนัดพิจารณาก็ดี การปิดประกาศที่ศาลแทนการที่ส่งคำบังคับก็ดี ไม่มีผลใช้ได้ จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องคดีเรื่องนี้เมื่อถูกยึดทรัพย์ในวันที่ 23 เมษายน 2518 ซึ่งเป็นวันที่ถือว่าพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้สิ้นสุดลง แล้วมายื่นคำขอให้พิจารณาใหม่วันที่ 8 พฤษภาคม 2518 ภายในกำหนด 15 วัน ตามที่บังคับไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 จึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ตามที่จำเลยร้องขอ พิพากษากลับให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2569/2519 นายบั๊กชุน แซ่เบ๊ โจทก์ นายชุณห์ จิระวิชิตชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบั๊กชุน แซ่เบ๊ · จำเลย - นายชุณห์ จิระวิชิตชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม ทันด่วน · ชลอ จามรมาน · โสพิทย์ คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 95/2534ฎีกา 396/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 2152/2536ฎีกา 1108/2535ฎีกา 3909/2535ฎีกา 125/2511ฎีกา 177/2538ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 2661/2523ฎีกา 1546/2514ฎีกา 9502/2544ฎีกา 76/2523ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2379-2380/2532ฎีกา 3934/2530ฎีกา 5768/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา