⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2596-2597/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2596-2597/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่เจ้าของที่ดินยอมให้บุคคลทั่วไปใช้ที่ดินของตนเป็นทางสัญจรสาธารณะติดต่อกันเป็นเวลานาน ถือว่าเจ้าของที่ดินได้อุทิศที่ดินนั้นให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยายแล้ว 2. การฟ้องคดีเพื่อเรียกให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือแพที่รุกล้ำลำคลอง จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเป็นพิเศษยิ่งกว่าบุคคลทั่วไป

ย่อคำพิพากษา

แม้ถนนจะอยู่ในที่ดินตามโฉนดของโจทก์ แต่การที่โจทก์ยอมให้ทางอำเภอนำดินลูกรังมาถมขยายจากสภาพคันกั้นน้ำให้เป็นถนนกว้างถึง 6 เมตร กับยอมให้ราษฎรและยานพาหนะใช้เป็นทางสัญจรไปมาเป็นเวลากว่าสิบปี ดังนี้ ถือว่าโจทก์ได้อุทิศที่ดินให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยายแล้ว โดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือหรือบอกกล่าวอุทิศ หรือมีการจดทะเบียนแสดงว่าเป็นทางหลวงแต่ประการใด ที่ดินโจทก์มีเขตจดถนนสาธารณะ ถัดจากถนนจึงเป็นลำคลองสาธารณะ การที่จำเลยคนหนึ่งจอดแพในลำคลองและจำเลยอีกคนหนึ่งปลูกบ้านอยู่ในที่ชายตลิ่งของลำคลองหน้าที่ดินของโจทก์ จะถือว่าแพและบ้านของจำเลยบังหน้าที่ดินของโจทก์ไม่ได้ ทั้งเมื่อฟังไม่ได้ว่าโจทก์เคยใช้ประโยชน์อยู่ในที่ดินที่จำเลยคนหลังปลูกบ้าน โจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเป็นพิเศษ ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยย้ายแพและรื้อเรือนออกไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1337

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนมีใจความทำนองเดียวกันว่าจำเลยจอดแพและปลูกบ้านขวางหน้าที่ดินของโจทก์ ที่อยู่ติดกับคลอง ทำให้โจทก์เสียหายไม่อาจใช้ประโยชน์ในที่ดินได้เต็มที่ ขอให้ขับไล่จำเลยและให้ขนย้ายออกไปให้พ้นหน้าที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า ที่ดินของโจทก์ไม่ได้ติดคลอง แต่ติดทางสาธารณะซึ่งประชาชนและยวดยานใช้สัญจร เลยทางสาธารณะไปจึงเป็นคลอง แพและบ้านจำเลยอยู่ในคลอง ไม่กีดขวางการใช้หน้าที่ดินของโจทก์ ศาลชั้นต้นฟังว่าเขตที่ดินของโจทก์ไม่ติดคลอง แต่ติดทางหรือถนนสาธารณะ แพกับบ้านของจำเลยอยู่ในคลองสาธารณะ ไม่กีดขวางหน้าที่ดินโจทก์อันทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าถนนซึ่งอยู่ในเขตที่ดินตามโฉนดของโจทก์ไม่ใช่ถนนสาธารณะ เพราะโจทก์ไม่เคยทำหนังสือบอกกล่าวอุทิศให้ทางราชการไม่มีการจดทะเบียนเป็นหลักฐานนั้น เห็นว่า แม้ถนนนี้จะอยู่ในที่ดินตามโฉนดของโจทก์ แต่จากการที่โจทก์ยอมให้ทางอำเภอนำดินลูกรังมาถมขยายจากสภาพคันกั้นน้ำให้เป็นถนนกว้างถึง ๖ เมตร และยอมให้ราษฎรและยานพาหนะใช้เป็นทางสัญจรไปมาบนถนนสายนี้เพื่อไปยังอำเภอต่าง ๆ เป็นเวลากว่าสิบปีมาแล้ว ดังนี้ ถือว่าโจทก์ได้อุทิศที่ดินโดยปริยายให้เป็นทางสาธารณะแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือหรือบอกกล่าวอุทิศ หรือมีการจดทะเบียนแสดงว่าเป็นทางหลวงแต่ประการใด ส่วนปัญหาที่ว่าจำเลยสำนวนแรกจอดแพในคลองหน้าที่ดินของโจทก์ ทอดสะพานจากแพขึ้นไปในที่ดินของโจทก์ และจำเลยสำนวนหลังปลูกบ้านในคลองหน้าที่ดินของโจทก์กับถมดินบริเวณนั้น เป็นการกีดขวางหน้าที่ดินของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายหรือเดือดร้อนอันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องเพื่อยังความเสียหายหรือเดือดร้อนให้สิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๓๓๗ ได้หรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยสำนวนแรกมีแพอยู่ในคลองสาธารณะ จำเลยสำนวนหลังปลูกบ้านอยู่ในที่ชายตลิ่งของลำคลองสาธารณะ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔(๒) มิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์ และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินของโจทก์กับที่ซึ่งจำเลยสำนวนหลังปลูกบ้านมีถนนสาธารณะคั่น แพของจำเลยสำนวนแรกอยู่ในระห่างกับที่ดินของโจทก์มากกว่าบ้านของจำเลยสำนวนหลัง จะเรียกว่าแพและบ้านของจำเลยแต่ละคนบังหน้าที่ดินโจทก์ไม่ได้ เมื่อตามพยานโจทก์ก็ฟังไม่ได้ว่าโจทก์เคยใช้ประโยชน์อยู่ในที่ดินที่จำเลยสำนวนหลังปลูกบ้าน โจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเป็นพิเศษเกี่ยวกับการที่จำเลยทั้งสองใช้ประโยชน์ในสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2596 - 2597/2519 นายชุบ งามละออ โจทก์ นายมัด ไกรชิต ล. และสำนวนอื่นอีก รวม 2 สำนวน

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชุบ งามละออ · ล. - นายมัด ไกรชิต · สำนวน - และสำนวนอื่นอีก รวม 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร ศรีอรุณ · สอน ไชยสุต · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสมชาย รังสิกรรพุม · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพล สุวรรณภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3198/2543ฎีกา 1106/2501ฎีกา 5389/2549ฎีกา 836/2484ฎีกา 2351/2525ฎีกา 6432/2548ฎีกา 3924/2539ฎีกา 2393/2523ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 7592/2542ฎีกา 130/2538ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 3409/2554ฎีกา 4219/2556ฎีกา 162/2512ฎีกา 1563/2537ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา