⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2686/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2686/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจะได้ภาระจำยอมโดยอายุความ ต้องเป็นการใช้สิทธิ์โดยปรปักษ์ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี เมื่อที่ดินตกอยู่ในที่ล้อมและแบ่งแยกจากที่ดินที่ติดทางสาธารณะ เจ้าของที่ดินที่ถูกล้อมมีสิทธิ์เรียกร้องเอาทางเดินจากที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยกออกมาเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินของโจทก์ซึ่งผู้ซื้อคนก่อนและโจทก์ไม่เคยเข้าอยู่หรือเกี่ยวข้องทำประโยชน์และไม่เคยใช้ทางพิพาทเดินผ่าน เข้าออกที่ดินดังกล่าว ดังนี้ โจทก์จะอ้างว่าทางพิพาทตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความหาได้ไม่ เพราะการจะได้ภารจำยอมโดยเหตุดังกล่าวจะต้องเป็นการใช้สิทธิ์โดยปรปักษ์เดินผ่านทางพิพาทเข้าออกที่ดิน ของโจทก์ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปีแล้ว และเหตุเพียงแต่ว่าที่ดินของโจทก์ได้แบ่งแยกจากทางพิพาทมาเกินกว่า 10 ปี ก็หาใช่เป็นการใช้สิทธิ์โดยปรปักษ์อันจะทำให้เกิดภาระจำยอมโดยอายุความไม่ ที่ดินโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อมโดยรอบ โจทก์มีความจำเป็นจะต้องมีทางออกสู่ทางสาธารณะ แต่ที่ดินของโจทก์นี้แบ่งแยกออกมาจากที่ดินซึ่งอยู่ติดกับทางสาธารณะ จึงเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 ที่ให้โจทก์มีสิทธิ์เรียกร้องเอาทางเดินจากที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยกได้ โจทก์จะเอาทางเดินจากที่ดินแปลงอื่นหาได้ไม่ และเมื่อกรณีต้องด้วยมาตรา 1350 ก็จะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายและพาณิชย์ มาตรา 1349 มาปรับแก่คดีของโจทก์ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์โฉนดที่ ๑๑๖๒๖ มีที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบทุกด้านจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ ที่ดินของจำเลยโฉนดที่ ๑๑๖๒๗ ได้แบ่งแยกจากโฉนดที่ ๒๑๗๕ เช่นเดียวกับที่ดินของโจทก์ และที่ดินของจำเลยมีสภาพเป็นทางเดินผ่านหน้าที่ดินของโจทก์ออกสู่ทางสาธารณะซอยอ่อนนุช ๑ ซึ่งเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้ใช้เป็นทางเดินมาช้านานแล้ว ต่อมาจำเลยกั้นรั้วสังกะสียาวตลอดที่ดินจำเลยปิดกั้นด้านหน้าที่ดินของโจทก์ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยรื้อรั้วดังกล่าว จำเลยให้การว่า โจทก์หรือคนอื่นไม่เคยใช้ทางเดินผ่านที่ดินโฉนดที่ ๑๑๖๒๗ ของจำเลยเลย จำเลยใช้ที่ดินดังกล่าวเป็นทางเดินและทางรถเพื่อประโยชน์ของที่ดินของจำเลยอีกแปลงหนึ่ง คือที่ดินโฉนดที่ ๗๒๒๖ หากที่ดินโจทก์ไม่มีทางออกสู่สาธารณะโจทก์ก็ชอบที่จะเรียกร้องเอาทางเดินบนที่ดินโฉนดที่ ๑๑๖๒๖ เดิม ซึ่งได้แบ่งแยกออกเป็นหลายแปลง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าที่พิพาทเป็นภาระจำยอมนั้น เห็นว่าโจทก์จะได้ภาระจำยอมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อที่ว่าผู้ซื้อคนก่อนและโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทโดยปรปักษ์เดินผ่านเข้าออกที่ดินของโจทก์มาครบถ้วนตามเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้เกี่ยวกับการได้ภาระจำยอมโดยอายุความหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าผู้ซื้อคนก่อนและโจทก์ไม่เคยเข้าอยู่หรือเข้าเกี่ยวข้องทำประโยชน์ในที่ดินโฉนดที่ ๑๑๖๒๖ ของโจทก์ หรือได้ใช้ทางพิพาทเดินผ่านเข้าออกที่ดินของโจทก์ดังกล่าว โจทก์ก็ย่อมจะอ้างเป็นภาระจำยอมแก่โจทก์หาได้ไม่ แม้ที่ดินโฉนดที่ ๑๑๖๒๖ ของโจทก์จะได้แบ่งแยกมาเกินกว่า ๑๐ ปีก็ดีก็ไม่ทำให้โจทก์ได้ภารจำยอม เพราะการจะได้ภาระจำยอมจะต้องเป็นการใช้สิทธิ์โดยปรปักษ์เดินผ่านทางพิพาทเข้าออกที่ดินของโจทก์ติดต่อกันเป็นเวลา ๑๐ ปีแล้ว ฉะนั้นการแบ่งแยกหาใช่เป็นการใช้สิทธิ์โดยปรปักษ์อันจะทำให้เกิดภาระจำยอมโดยอายุความไม่ ที่โจทก์อ้างว่าการแบ่งที่ดินเป็นโฉนดที่ ๑๑๖๒๕, โฉนดที่ ๑๑๖๒๖ และโฉนดที่ ๑๑๖๒๗ เป็นการแสดงถึงเจตนาของผู้แบ่ง (คือเจ้าของเดิม) ว่าได้แบ่งที่ดินโฉนดที่ ๑๑๖๒๗ ให้เป็นทางออกของที่ดินโฉนดแปลงอื่นนั้น เห็นว่าโจทก์นำสืบให้เป็นเจตนาของเจ้าของเดิมไม่ได้ว่ามีความประสงค์เช่นนั้น กล่าวคือ เมื่อแบ่งแยกกันแล้วเจ้าของแปลงอื่นที่แบ่งได้ใช้ที่พิพาทเป็นทางเดินออกสู่ซอยอ่อนนุช ๑ แต่กลับได้ความตามฎีกาของโจทก์เองรับว่าที่ดินโฉนดที่ ๑๑๖๒๖ มีทางเดินออกไปสู่ซอยอ่อนนุช ๑ ได้และยังได้ความว่าที่ดินที่แบ่งแยกแต่ละแปลงอยู่ติดกับซอยอ่อนนุช ๑ มาตั้งแต่เริ่มแบ่งแยก ย่อมเห็นได้ว่าผู้แบ่งมีเจตนาให้มีทางออกในที่ดินของตนแต่ละแปลงไปสู่ซอยอ่อนนุช ๑ ของแต่ละแปลง มิได้มีเจตนาดังที่โจทก์กล่าวอ้าง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ที่พิพาทเป็นทางจำเป็นนั้น เห็นว่าจริงอยู่ขณะนี้ที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อมโดยรอบ โจทก์มีความจำเป็นจะต้องมีทางออกสู่ซอยอ่อนนุช ๑ แต่ที่ดินของโจทก์นี้เป็นที่ซึ่งแบ่งแยกออกมาจากที่ดินโฉนดที่ ๑๑๖๒๖ เดิมซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๐ บัญญัติให้โจทก์มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องเอาทางเดินจากที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยกได้ โจทก์จะเอาทางเดินจากที่ดินโฉนดที่ ๑๑๖๒๗ ของจำเลยซึ่งได้ทำเป็นถนนเพื่อไปสู่ซอยอ่อนนุช ๑ หาได้ไม่ เมื่อกรณีต้องด้วยมาตรา ๑๓๕๐ จึงนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๔๙ มาปรับแก่คดีของโจทก์ไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2686/2519 นางสอางค์ ทองเกิด กับพวก โจทก์ นายชูศักดิ์ อัศวนันท์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสอางค์ ทองเกิด กับพวก · ล. - นายชูศักดิ์ อัศวนันท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมชาย ศรีวัฒนพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1768/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 6039/2537ฎีกา 4258/2541ฎีกา 404/2507ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 6369/2550ฎีกา 4185/2547ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 1370/2520ฎีกา 1658/2534ฎีกา 101/2509ฎีกา 663/2488ฎีกา 602/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา