คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากนายประกันได้พยายามติดตามจำเลยก่อนฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว แต่ไม่พบ และได้เสียค่าใช้จ่ายในการติดตามจำเลยภายหลังศาลมีคำสั่งปรับและออกหมายจับแล้ว ให้ถือเป็นเหตุอันสมควรลดหย่อนค่าปรับแก่นายประกันได้
ย่อคำพิพากษา
นายประกันนำส่งตัวจำเลยตามที่ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ได้ ศาลชั้นต้นสั่งปรับ 50,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ปรับ 40,000 บาท นายประกันฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดของจำเลยฐานยักยอกเป็นความผิดเล็กน้อย ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นายประกันก็ได้พยายามติดตามจำเลยแต่ไม่พบ หลังจากอ่านคำพิพากษาและสั่งปรับกับออกหมายจับแล้วก็จับไม่ได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายในการติดตามเป็นจำนวนไม่น้อย ดังนี้ รูปคดีมีเหตุที่จะลดหย่อนค่าปรับให้แก่นายประกันลงอีก จึงให้ปรับ 30,000 บาท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่ผู้ร้องได้ประกันตัวจำเลยไปในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ ต่อมาผู้ร้องซึ่งเป็นนายประกันนำส่งตัวจำเลยตามที่ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ได้ ศาลชั้นต้นจึงสั่งปรับนายประกัน ๕๐,๐๐๐ บาท และนายประกันได้ร้องต่อศาลชั้นต้นว่า หลังจากศาลสั่งปรับแล้ว ผู้ร้องได้พยายามติดตามจนกระทั่งจับตัวจำเลยนำส่งศาลได้ ในการติดตามดังกล่าวผู้ร้องได้เสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินถึง ๒๐,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลลดค่าปรับ
ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยหลบหนีไปตั้งแต่ก่อนมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และนายประกันได้ตัวจำเลยมาส่งศาลซึ่งเป็นเวลาภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปแล้วถึง ๓ ปีเศษ แม้นายประกันจะนำตัวจำเลยมาส่งศาลได้ก็เป็นเวลาเนิ่นนานมาก จึงไม่สมควรลดค่าปรับให้
นายประกันอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายประกันได้เสียค่าใช้จ่ายในการติดตามและได้ขวนขวายติดตามจนจับตัวจำเลยมาส่งศาลได้ แม้จะล่วงเลยจากวันที่ศาลชั้นต้นสั่งปรับถึง ๓ ปีเศษก็ตาม และในที่สุดจำเลยก็ได้รับโทษตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ สมควรที่จะลดค่าปรับให้นายประกันบ้าง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับนายประกัน ๔๐,๐๐๐ บาท
นายประกันฎีกา ขอให้ลดค่าปรับลงอีก
ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดของจำเลยในคดีนี้คือความผิดฐานยักยอก อันเป็นความผิดเล็กน้อยประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นายประกันก็ได้พยายามติดตามตัวจำเลยเพื่อมาฟังคำพิพากษาแต่ไม่พบ แม้ภายหลังที่ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และได้สั่งปรับนายประกันพร้อมกับได้ออกหมายจับจำเลยไปแล้ว ก็ไม่สามารถจับจำเลยได้ จนล่วงเวลามา ๓ ปีเศษ การที่นายประกันจับตัวจำเลยส่งศาลได้ จนศาลลงโทษจำเลยได้ตามคำพิพากษาก็เพราะความพยายามขวนขวายเอาใจใส่ติดตามตัวจำเลยของนายประกัน ทั้งน่าเชื่อว่านายประกันได้เสียค่าใช้จ่ายในการติดตามจำเลยไปจริงเป็นจำนวนไม่น้อย รูปคดีมีเหตุที่จะลดหย่อนค่าปรับให้แก่นายประกันลงอีกได้
พิพากษาแก้เป็นให้ปรับนายประกันเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2519
พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์
นางเขียน อ่อนอิน ล.
นายช่อ น้ำจันทร์ นายประกันผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · ล. - นางเขียน อ่อนอิน · นายประกันผู้ร้อง - นายช่อ น้ำจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธานินทร์ กรัยวิเชียร · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายพัลลภ พิสิษฐสังฆการ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินิจ วินิจนัยภาค |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา