⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 897/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำละเมิดของลูกจ้างที่เกิดขึ้นในทางการที่จ้าง แม้จะเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ที่ลูกจ้างกระทำผิดครั้งแรก แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งหรือการจัดการของนายจ้าง ก็ถือว่านายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

ลูกจ้างจำเลยขับรถยนต์ของจำเลยไปในทางการที่จ้างแล้วไปชนท้ายรถยนต์คันอื่นเสียหาย เจ้าพนักงานตำรวจเห็นว่าลูกจ้างจำเลยเป็นฝ่ายผิด จึงให้จับรถไปสถานีตำรวจเพื่อตกลงกันเรื่องค่าเสียหาย โดยเจ้าพนักงานตำรวจนั่งมาในรถด้วย ดังนี้ การที่ลูกจ้างจำเลยขับรถไปสถานีตำรวจย่อมเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุที่ลูกจ้างจำเลยขับรถไปชนท้ายรถอื่นเกี่ยวแก่การปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของจำเลยเป็นมูลเหตุ เมื่อลูกจ้างจำเลยขับรถด้วยความประมาทในระหว่างทางไปสถานีตำรวจชนรถยนต์ซึ่งบุตรโจทก์ขับสวนทางมา เป็นเหตุให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย จึงถือว่าลูกจ้างจำเลยกระทำละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายบุญมา ทับทิมหิน ลูกจ้างของจำเลยได้ขับรถของจำเลยออกปฏิบัติหน้าที่ตามที่จำเลยมอบหมายด้วยความประมาท ได้ชนรถบุตรโจทก์ซึ่งขับสวนทางมา ทำให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่านายบุญมา ทับทิมหิน เป็นลูกจ้างชั่วคราวของจำเลย ไม่มีหน้าที่ขับรถยนต์ และการที่นายบุญมา ทับทิมหิน ขับรถจำเลยจนเกิดเหตุคดีนี้ไม่ใช่การกระทำในทางการที่จ้าง แต่ได้ขับรถจำเลยไปโดยพลการ ศาลชั้นต้นฟังว่า นายบุญมา ทับทิมหิน ชนรถบุตรโจทก์นั้น มิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้าง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายบุญมา ทับทิมหิน ลูกจ้างจำเลยได้ขับรถยนต์ของจำเลยเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างแล้วไปชนรถของผู้อื่น เจ้าพนักงานตำรวจเห็นว่าจำเลยเป็นผู้ผิด จึงให้จำเลยขับรถไปสถานีตำรวจเพื่อตกลงค่าเสียหาย โดยเจ้าพนักงานตำรวจนั่งรถของจำเลยไปด้วย ระหว่างทางด้วยความประมาทจำเลยได้ชนรถของบุตรโจทก์ ทำให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย ซึ่งการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งให้นายบุญมาขับรถไปสถานีตำรวจเมื่อตกลงใช้ค่าเสียหาย ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุที่นายบุญมาขับรถไปชนท้ายรถของผู้อื่น เกี่ยวแก่การปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของจำเลยเป็นมูลเหตุ เมื่อมูลเหตุที่เกิดขึ้นเป็นมาจากเรื่องดังกล่าว จะถือว่าเหตุที่นายบุญมาขับรถโดยประมาทไปชนรถบุตรโจทก์ขับสวนทางถึงแก่ความตายนั้น มิใช่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของจำเลยโดยการปฏิบัติงานทางการที่จ้างของจำเลยได้ขาดตอนไปแล้วนั้นหาชอบไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2519 นายสุบิน วงษ์พานิช โจทก์ กรมส่งเสริมสาธารณสุข ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุบิน วงษ์พานิช · ล. - กรมส่งเสริมสาธารณสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม · สมชัย ทรัพยวณิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกิตติ บูรพรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ วราภรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 1087/2517ฎีกา 5712/2533ฎีกา 3208/2528ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2424-2426/2520ฎีกา 2501/2526ฎีกา 2399/2523ฎีกา 717/2536ฎีกา 1133/2522ฎีกา 2951/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2438/2535ฎีกา 1172/2514ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 545/2503ฎีกา 801/2521ฎีกา 2499/2524ฎีกา 1211/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา