คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน เป็นความผิดคนละกรรมกัน ศาลจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยสำหรับความผิดแต่ละกรรมแยกต่างหากได้ แม้โจทก์จะไม่ได้อ้างกฎหมายที่ให้อำนาจศาลในการเรียงกระทงลงโทษก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีเฮโรอีนอยู่ในความครอบครองอยู่แล้ว 4 หลอด ก่อนจำหน่ายเป็นความผิดสำเร็จ หลังจากจำหน่ายแล้วจำเลยยังมีเฮโรอีนเหลืออยู่ในความครอบครองอีก 2 หลอด การกระทำของจำเลยแยกได้เป็นสองกระทง แต่ละกระทงเป็นความผิดตามกฎหมาย ศาลมีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองและฐานจำหน่ายเฮโรอีนได้ และแม้โจทก์มิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 ซึ่งบัญญัติให้ลงโทษผู้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกรรมทุกกรรมเป็นกระทงความผิดมาด้วยก็ตาม ศาลก็มีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.67 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง มีไว้เพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเฮโรอีนโดยมิได้รับอนุญาต
จำเลยให้การรับสารภาพฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต แต่ปฏิเสธฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายหรือจำหน่าย
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองและฐานจำหน่ายเฮโรอีนโดยมิได้รับอนุญาต เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก ๕ ปี ๖ เดือน
จำเลยอุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้องฐานจำหน่ายเฮโรอีนโดยมิได้รับอนุญาต
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยจำหน่ายเฮโรอีนและเป็นการกระทำกรรมเดียวกับมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา ๒๐ ทวิ ซึงเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่ต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา ๒๐ ตรีอีก พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๖ ลงโทษจำคุก ๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ก่อนจำหน่ายจำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองอยู่แล้ว ๔ หลอด เป็นความผิดสำเร็จ หลังจำหน่ายแล้วจำเลยยังมีเฮโรอีนเหลืออยู่อีก ๒ หลอด การกระทำของจำเลยแยกได้เป็น ๒ กระทง แต่ละกระทงเป็นความผิดตามกฎหมาย แม้โจทก์จะมิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ มาด้วยก็ตาม ศาลก็มีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ มาตรา ๔ ทวิ, ๒๐ ตรี, ๒๐ ทวิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๔ มรตรา ๔, ๖, ๗ ให้ลงโทษเรียงกระทงตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ ส่วนกำหนดโทษและลดโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ของกลางริบ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2519
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายสุวรรณ มีขุนทอง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายสุวรรณ มีขุนทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ขจร หะวานนท์ · สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสุรัช รัตนอุดม · ศาลอุทธรณ์ - นายวิถี ปานะบุตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา