⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 963/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963/2519

ป.พ.พ. ม.133, 134, 1445 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสมรสซ้อนเป็นโมฆะ และโมฆะกรรมนั้นไม่อาจให้สัตยาบันได้

ย่อคำพิพากษา

บิดาโจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยในระหว่างที่ยังเป็นสามีที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาโจทก์ แม้ต่อมาบิดาโจทก์จะจดทะเบียนหย่าขาดจากกันก็ตาม การสมรสระหว่างบิดาโจทก์และจำเลยย่อมตกเป็นโมฆะ โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียย่อมจะกล่าวอ้างขึ้นได้ และโมฆะกรรมนั้นไม่อาจให้สัตยาบันแก่กันได้ การหย่ากันระหว่างบิดามารดาโจทก์ในภายหลังก็ไม่มีผลย้อนหลังไปถึงการสมรสระหว่างบิดาโจทก์กับจำเลย ซึ่งตกเป็นโมฆะไปก่อนแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.133 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.134 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1445 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1490 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1495 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.133 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.134 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1445 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1490 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นบุตร จ่าสิบตำรวจสิงห์ บรรจงศิลป์ กับนางสาลี่ บรรจงศิลป์ โดยบิดามารดาโจทก์จดทะเบียนสมรสกันเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ ต่อมาปี ๒๕๑๓ จ่าสิบตำรวจสิงห์ไปจดทะเบียนสมรสกับจำเลย โดยปกปิดมิให้โจทก์และมารดาโจทก์ทราบ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ บิดามารดาโจทก์ได้จดทะเบียนหย่ากัน และบิดาโจทก์ถูกคนร้ายทำร้ายจนถึงแก่กรรมเมื่อปี ๒๕๑๖ โจทก์และมารดาได้ยื่นคำขอรับบำเหน็จบำนาญ เงินสะสม สวัสดิการและเงินอื่น ๆ ของบิดาโจทก์ จำเลยคัดค้าน โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสระหว่างบิดาโจทก์และจำเลยตกเป็นโมฆะ และให้เพิกถอนทะเบียนสมรส จำเลยให้การว่า บิดามารดาโจทก์จดทะเบียนหย่ากันแล้ว สภาพการสมรสระหว่างบิดามารดาโจทก์ก็ขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน ส่วนการจดทะเบียนสมรสของจำเลยมิได้ถูกเพิกถอนจึงสมบูรณ์ตลอดมาเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ไม่ขัดต่อเงื่อนไขการสมรสไม่เป็นโมฆะ โจทก์ไม่ขอให้เพิกถอนขณะที่บิดามารดาโจทก์ยังมิได้หย่าขาดจากกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์จำเลยรับกันว่าบิดามารดาโจทก์ได้จดทะเบียนสมรสและหย่ากันจริงในระหว่างยังมิได้หย่ากันบิดาโจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยจริงตามเวลาที่โจทก์บรรยายฟ้องไว้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าการสมรสระหว่างบิดาโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ ให้เพิกถอนเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔๕ (๓) การสมรสจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อชายหรือหญิงมิได้เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่นอยู่ มิฉะนั้นจะตกเป็นโมฆะตามมาตรา ๑๔๙๐ ตามข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกัน การสมรสของบิดาโจทก์และจำเลยตกเป็นโมฆะ ซึ่งความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมนั้นโจทก์ผู้มีส่วนได้เสียย่อมจะกล่าวอ้างขึ้นได้ตามมาตรา ๑๓๓ และโมฆะกรรมก็ไม่อาจให้สัตยาบันได้ตามมาตรา ๑๓๔ หรือนัยหนึ่งไม่จำต้องบอกล้างเพราะเสียเปล่ามาแต่ต้นแล้ว แม้บิดามารดาโจทก์จะจดทะเบียนหย่ากัน ก็ไม่ทำให้มีผลย้อนหลังไปถึงการสมรสระหว่างบิดาโจทก์และจำเลยซึ่งตกเป็นโมฆะไปก่อนแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963/2519 นางสาวสุพัตรา บรรจงศิลป์ ที่ 1 กับพวกรม 5 คน โจทก์ นางละเมียด บรรจงศิลป์ หรือเอี่ยมวิไล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสุพัตรา บรรจงศิลป์ ที่ 1 กับพวกรม 5 คน · ล. - นางละเมียด บรรจงศิลป์ หรือเอี่ยมวิไล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผสม จิตรชุ่ม · ยงยุทธ เลอลภ · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายนาม ยิ้มแย้ม · ศาลอุทธรณ์ - นายทวี กสิยพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3803/2565ฎีกา 6193/2551ฎีกา 453/2521ฎีกา 5531/2534ฎีกา 1368/2534ฎีกา 3299/2533ฎีกา 6186/2545ฎีกา 174/2524ฎีกา 2241/2566ฎีกา 6331-6332/2556ฎีกา 3745/2530ฎีกา 1279/2502ฎีกา 230/2501ฎีกา 3011/2543ฎีกา 10987/2551ฎีกา 679/2532ฎีกา 3801/2565ฎีกา 3504/2564ฎีกา 7631/2552ฎีกา 5840/2541ฎีกา 1726/2536ฎีกา 580/2527ฎีกา 1470/2510ฎีกา 902/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา