คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1343/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกหนี้จากทายาทผู้ตาย ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ทายาทได้รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าทายาทรู้หรือควรรู้ถึงความตายเมื่อใด และเจ้ามรดกตายเกิน 1 ปีแล้วก่อนฟ้อง คดีย่อมขาดอายุความ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2-4 รับผิดในหนี้ของผู้ตายในฐานะที่เป็นทายาทของผู้ตาย จำเลยต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความ เพราะโจทก์มิได้ฟ้องคดีภายใน 1 ปี นับแต่วันเจ้ามรดกตาย โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าเพิ่งรู้ว่าเจ้ามรดกตายก่อนฟ้องไม่เกิน 1 ปี
คดีต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งศาลฎีกาต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ไม่ปรากฏว่าโจทก์รู้หรือควรรู้ว่าเจ้ามรดกตายเมื่อใดและปรากฏว่าเจ้ามรดกตายก่อนฟ้องคดีถึง 3 ปี เช่นนี้คดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2-4 ย่อมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ไปโดยมีนางปวนจอมองค์ ทำสัญญาค้ำประกัน เมื่อครบกำหนดจำเลยที่ 1 ไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ต่อมาเมื่อประมาณ 3 ปีมานี้ นางปวนถึงแก่กรรม สิทธิและหน้าที่ในกองมรดกตกแก่จำเลยทั้งสี่ จึงขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์
จำเลยที่ 1 ให้การว่าโจทก์มอบเงินให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อจัดซื้อลำไย โดยให้ทำหนังสือสัญญากู้ไว้ จำเลยที่ 1 ได้จัดซื้อลำไยและส่งไปให้โจทก์หลายครั้งเป็นการชำระหนี้ ยังคงค้างชำระอยู่ไม่ถึงจำนวนที่โจทก์ฟ้อง
จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้การว่า นางปวนผู้ค้ำประกันตายก่อนโจทก์ฟ้อง3 ปี สัญญาค้ำประกันจึงระงับ และโจทก์ไม่ใช้สิทธิฟ้องร้องภายใน 1 ปี คดีขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยวินิจฉัยเรื่องอายุความว่า ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าโจทก์รู้หรือควรรู้ว่านางปวนถึงแก่กรรมเมื่อใด คดียังฟังไม่ได้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ
จำเลยทั้งสี่ฎีกา จำเลยที่ 1 ฎีกาเฉพาะข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาคงรับเฉพาะฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ขาดอายุความหรือไม่นั้น ศาลฎีกาต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าโจทก์รู้หรือควรรับรู้ว่านางปวนตายเมื่อใด ตามคำฟ้องปรากฏว่านางปวนตายเมื่อประมาณ 3 ปีมานี้ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าโจทก์เพิ่งรู้ว่านางปวนตายก่อนฟ้องไม่เกิน 1 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าไม่ปรากฏว่าโจทก์รู้หรือควรรู้เช่นนั้น แสดงว่าโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าโจทก์เพิ่งรู้เมื่อโจทก์สืบไม่ได้ทั้ง ๆ ที่โจทก์มีหน้าที่นำสืบ คดีสำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 วรรคสาม
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1343/2520
นายเอี่ยมศักดิ์ เลาหะวิสุทธิ์ โดยร้อยตรีดำรง ร่มพล ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นายนิน จอมองค์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเอี่ยมศักดิ์ เลาหะวิสุทธิ์ โดยร้อยตรีดำรง ร่มพล ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายนิน จอมองค์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิทยา มงคล · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา