⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1404/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2520

ป.พ.พ. ม.1367, 1377, 1378 · ป.ที่ดิน ม.61

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาถึงที่สุดว่าที่พิพาทไม่ได้อยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ตามแนวเขตที่ดินของตนไม่ปรปักษ์กัน ย่อมผูกพันคู่ความตามกฎหมาย และโจทก์จะกลับมาฟ้องคดีหลังเพื่ออ้างกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทนั้นอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเคยยื่นคำร้องในคดีก่อนอ้างว่าที่พิพาทเป็นที่ดินในโฉนดของโจทก์ ซึ่งจำเลยได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปกปักษ์ขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่าจำเลยมิได้ครอบครองรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโฉนดของโจทก์ ความจริงจำเลยเข้าไปอาศัยและทำนาโดยอาศัยสิทธิการเช่าของบุคคลอื่นที่เช่าที่ดินไปจากโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้ครอบครองรุกล้ำเข้าไปในเขตโฉนดของโจทก์ โดยต่างคนต่างครอบครองตามแนวเขตที่ดินของตนไม่ปรปักษ์กัน ดังนี้ คำพิพากษาคดีก่อนจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์จึงต้องผูกพันในคำพิพากษานั้นว่า ที่พิพาทไม่ได้อยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 การที่โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยเป็นคดีหลังและนำสืบว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ขอให้ขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายจึงรับฟังไม่ได้ แม้ศาลจะพิพากษายกฟ้อง แต่เมื่อคำพิพากษาวินิจฉัยมีผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิของจำเลย จำเลยย่อมอุทธรณ์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.61 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.61 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาท จำเลยขออาศัยปลูกกระท่อมและทำนาในที่ดินโจทก์ดังกล่าวทางด้านทิศเหนือ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลอ้างว่าที่ดินเป็นของจำเลยโดยครอบครองมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว ตามสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ ๑๘๐/๒๕๑๐ ของศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุด โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกไป จำเลยเพิกถอน ขอให้บังคับจำเลยรื้อกระท่อมออกไปและห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว กับให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยมีที่ดินอยู่ด้านทิศเหนือ และปลูกบ้านในที่ดินจำเลยซึ่งมีคันนาและต้นไม้เป็นแนวเขตโดยเปิดเผยเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่โจทก์อ้างนั้นได้วินิจฉัยว่า ที่ดินของโจทก์และจำเลยต่างมีแนวเขตไม่รุกล้ำกัน ดังนั้น ที่ดินที่โจทก์ฟ้องจึงไม่ได้อยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ฟ้องโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำ คำพิพากษายกคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยและพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่แล้วฟังว่า จำเลยเข้ามาทำนาและปลูกกระท่อมในที่ดินของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยรื้อกระท่อมออกจากที่ดินโจทก์ ห้ามเข้าเกี่ยวข้องและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยต่างโต้เถียงกรรมสิทธิ์กันในที่ดินพิพาท ข้อเท็จจริงได้ความว่าที่ดินแปลงนี้โจทก์และจำเลยเคยเป็นความกันมาแล้ว โดยจำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท อ้างว่าได้ครอบครองรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๖๒ ของโจทก์ โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมากว่าสิบปี โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่าจำเลยมิได้ครอบครองรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๖๒ ของโจทก์ ความจริงจำเลยเข้าไปอาศัยและทำนาโดยอาศัยสิทธิการเช่าของบุคคลอื่นที่เช่าที่ดินไปจากโจทก์ ศาลจังหวัดนครนายกพิพากษาคดีถึงที่สุดว่า จำเลย (โจทก์คดีก่อน) มิได้ครอบครองรุกล้ำเข้าไปในเขตโฉนดเลขที่ ๑๘๖๒ ของโจทก์ (จำเลยคดีก่อน) โดยต่างคนต่างครอบครองตามแนวเขตที่ดินของตนไม่ปรปักษ์กัน ซึ่งจะชอบหรือไม่ประการใดก็ตามแต่ เมื่อโจทก์(จำเลยคดีก่อน) มิได้อุทธรณ์คำพิพากษา จึงต้องผูกพันในผลแห่งคำพิพากษานั้นว่า ที่ดินพิพาทไม่ได้อยู่ในเขตโฉนดที่ดิน ๑๘๖๒ ของโจทก์ (จำเลยคดีก่อน) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ เพราะแม้ศาลจะพิพากษายกฟ้อง แต่คำวินิจฉัยมีผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิของโจทก์ (จำเลยคดีก่อน) โจทก์ (จำเลยคดีก่อน) ย่อมอุทธรณ์ได้ การที่โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยและนำสืบว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ขอให้ขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายเป็นคดีนี้ จึงรับฟังไม่ได้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2520 นายฉัตร เนียมนิล กับพวก โจทก์ นายอ่ำ พูลศิลป์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฉัตร เนียมนิล กับพวก · ล. - นายอ่ำ พูลศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข · สุจริต เสถียรกาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายไมตรี โมรารตนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2345/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา