⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 15/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และการเสพเฮโรอีน เป็นการกระทำโดยเจตนาที่แตกต่างกัน ถือเป็นความผิดคนละกระทงตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

มีเฮโรอีนฯ และเสพเฮโรอีนที่มีไว้นั้น เป็นการกระทำโดยเจตนาคนละอันต่างกันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ตรี กระทงหนึ่งกับ มาตรา 22 อีกกระทงหนึ่ง แก้ไขฉบับที่ 4 พ.ศ. 2504 มาตรา 7 และ 8

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2512 โจทก์ได้ฝากเงิน 24,600 บาทไว้กับจำเลย โดยมิได้ทำหนังสือไว้เป็นหลักฐาน โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบด้วยว่าโจทก์จะต้องเรียกเงินคืนภายใน 6 เดือน จำเลยได้รับฝากไว้โดยไม่เรียกร้องค่าบำเหน็จหรือค่ารักษาแต่อย่างใด เมื่อครบกำหนด 6 เดือนแล้ว โจทก์ทวงถามจำเลยผัดผ่อน ครบกำหนดที่ผัดผ่อนแล้วจำเลยก็ไม่นำเงินมาคืน และไม่ยอมทำหนังสือไว้เป็นหลักฐาน ทนายโจทก์ได้ทวงถามไปยังจำเลย จำเลยไม่ยอมรับหนังสือทวงถาม โจทก์เสียหาย จำเลยต้องชดใช้ให้ โดยเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี เป็นเงิน 3,796.15 บาท ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงิน 28,396.15บาทให้โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยรับฝากเงินจากโจทก์ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2512 จำเลยรับราชการที่กรมไปรษณีย์โทรเลข โจทก์คิดไม่สุจริตยักยอกเงินที่เรี่ยไรมาได้แล้วโยนบาปมาให้จำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 24,600 บาทให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าได้ฝากเงินจำเลยไว้แต่นำสืบว่าโจทก์ได้ฝากเงินให้จำเลยไปฝากธนาคาร ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้ยกขึ้นเป็นข้อตำหนิคดีของโจทก์นั้น เป็นเรื่องการแตกต่างกันเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ข้อใหญ่ใจความของคดีคงอยู่ที่ว่า โจทก์ได้อ้างว่าเงินของโจทก์อยู่ที่จำเลยและขอให้จำเลยส่งคืน ซึ่งข้อนี้จำเลยได้ให้การต่อสู้แต่เพียงว่า จำเลยไม่เคยได้รับฝากเงินจากโจทก์ไว้เลย ในวันที่โจทก์อ้างตามฟ้องนั้นจำเลยก็ไม่ได้รับเงินไว้จากโจทก์ฉะนั้นถ้าหากทางพิจารณาคดีฟังได้ว่าจำเลยได้รับเงินของโจทก์ไว้ และเงินจำนวนนั้นยังอยู่ที่จำเลย ศาลก็ชอบที่จะบังคับตามคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยคืนเงินให้แก่โจทก์ได้ ส่วนข้อเท็จจริงที่ว่า โจทก์ได้มอบเงินให้แก่จำเลยไปจริงหรือไม่นั้นศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วเชื่อว่าจำเลยได้รับเงินไปจากโจทก์จำนวนที่ฟ้องจริง พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15/2520 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายประเสริฐ เสวตอารีย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายประเสริฐ เสวตอารีย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม ทันด่วน · ชลอ จามรมาน · โสพิทย์ คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2047/2533ฎีกา 6847/2567ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 9797/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา