⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1517/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1517/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ต้องระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยละเอียดชัดแจ้งว่าหากพิจารณาใหม่แล้วศาลอาจพิพากษาให้ผิดแผกไปจากคำพิพากษาเดิมได้อย่างไร

ย่อคำพิพากษา

ข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลที่กล่าวในคำขอให้พิจารณาใหม่จะต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้ง เพื่อแสดงว่าตนอาจชนะคดีได้อย่างไร มิใช่กล่าวแต่เพียงว่า คดีของจำเลยมีทางชนะคดีโจทก์ เพราะมีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่สนับสนุนคดีของจำเลย โดยไม่มีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายหรือเหตุผลและหลักฐานอ้างอิงที่จะแสดงให้เห็นได้ชัดแจ้งในคำร้องขอว่า หากพิจารณาใหม่แล้ว ศาลอาจพิพากษาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่ได้พิพากษาไปแล้ว ฉะนั้นคำร้องขอของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 208 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลจะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ในฐานหุ้นส่วนผู้จัดการได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ ๑ คัน ราคา ๕๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยร่วมกันชำระค่าเช่าซื้อที่ค้าง ฯลฯ จำเลยทั้งสามให้การว่าไม่ต้องรับผิด ฯลฯ ขอให้ยกฟ้อง วันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นกะประเด็นแล้วสั่งให้จำเลยนำสืบก่อน วันนัดสืบพยานจำเลย ทนายโจทก์มาศาล ฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาลจึงมีคำสั่งว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบและจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์มาศาล ฝ่ายจำเลยและทนายทราบนัดแล้วไม่มีผู้ใดมา และไม่แจ้งเหตุขัดข้อง เมื่อสืบพยานโจทก์ ๑ ปาก แล้วโจทก์ไม่สืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในวันเดียวกันนั้นให้จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งคืนรถยนต์ในสภาพเรียบร้อยแก่โจทก์ ฯลฯ จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องว่า มิได้จงใจขาดนัดพิจารณา ฯลฯ และจำเลยทั้งสามอ้างว่า คดีของจำเลยมีทางชนะคดีโจทก์เพราะข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่สนับสนุนคดีจำเลยทำให้สัญญาเช่าซื้อตกเป็นโมฆะ หรือจำเลยอาจรับผิดไม่ถึงตามคำพิพากษา โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่า จำเลยจงใจขาดนัดพิจารณา ฯลฯ ขอให้ยกคำร้อง วันนัดไต่สวนคำร้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามคำร้องของจำเลยและคำคัดค้านของโจทก์ คดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงให้งดการไต่สวนและนัดฟังคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยจงใจขาดนัดพิจารณา ให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลจะต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้ง เพื่อแสดงว่าตนอาจจะชนะคดีได้อย่างไร มิใช่กล่าวแต่เพียงว่า คดีของจำเลยมีทางชนะคดีโจทก์ เพราะมีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่สนับสนุนคดีของจำเลยทำให้สัญญาเช่าซื้อตกเป็นโมฆะ หรือจำเลยอาจรับผิดไม่ถึงตามคำพิพากษาเท่านั้น โดยไม่มีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายหรือเหตุผลและหลักฐานอ้างอิงที่จะแสดงให้เห็นได้ชัดแจ้งในคำร้องขอว่า หากพิจารณาใหม่แล้ว ศาลอาจพิพากษาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่ได้พิพากษาไปแล้ว ฉะนั้นคำร้องขอของจำเลยจึงไม่ต้องบทบัญญัติมาตรา ๒๐๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ศาลจะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่ได้ ฯลฯ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1517/2520 บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี.ที.ทราเวิล กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี.ที.ทราเวิล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมบูรณ์ บุญภินนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายโสพิทย์ คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 95/2534ฎีกา 396/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 2152/2536ฎีกา 1108/2535ฎีกา 3909/2535ฎีกา 125/2511ฎีกา 177/2538ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 1546/2514ฎีกา 9502/2544ฎีกา 76/2523ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3934/2530ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1323/2530ฎีกา 925/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา