⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1940/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1940/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกระทำที่ผิดวินัยของนักเรียนทุนตามข้อบังคับของ ก.พ. ถือเป็นการผิดสัญญาที่ต้องรับผิดชดใช้เงินทุนและเบี้ยปรับ * หนี้เงินที่เกิดจากการผิดสัญญา สามารถคิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

สำนักงาน ก.พ. โจทก์ที่ 1 ซึ่งมีอำนาจหน้าที่จัดการควบคุมการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือนที่ศึกษาอยู่ในต่างประเทศ ทำสัญญากับจำเลยที่ 1 ผู้รับทุน โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน เรื่องการรับทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อในต่างประเทศตามความต้องการของกรมไปรษณีย์โทรเลขของโจทก์ที่ 2 ตามสัญญาการรับทุนนั้น เห็นได้ว่าเป็นเรื่องกระทำตามอำนาจหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 มิใช่กระทำในฐานะตัวแทนโจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 1 กับจำเลยทั้งสองเป็นคู่สัญญาต่อกัน เมื่อจำเลยผิดสัญญาโจทก์ที่ 1 ย่อมมีอำนาจฟ้อง ตามข้อบังคับของ ก.พ. กำหนดให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนักเรียนทุนในความดูแลของรัฐบาล ต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว จำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานพยายามลักทรัพย์จนถูกศาลอาญาแห่งประเทศฝรั่งเศสพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับ ย่อมถือว่าเป็นเรื่องผิดวินัยของ ก.พ. อันเป็นการผิดสัญญาที่ได้กระทำไว้แล้ว ต้องรับผิดชดใช้เงินทุนและเบี้ยปรับ เงินทุนและเบี้ยปรับเป็นหนี้เงิน โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้ตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นนิติบุคคลมีชื่อย่อว่าสำนักงาน ก.พ. มีอำนาจหน้าที่จัดการควบคุมการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือนที่ศึกษาอยู่ในต่างประเทศ โจทก์ที่ ๒ เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่จัดการสื่อสารทางไปรษณีย์ของรัฐ โจทก์ที่ ๒ มอบหมายให้โจทก์ที่ ๑ สอบแข่งขันเพื่อรับทุนรัฐบาลไปศึกษาต่างประเทศด้วยเงินทุนของโจทก์ที่ ๒ ตลอดจนดูแลควบคุมการใช้จ่ายของผู้รับทุน ในการนี้จำเลยที่ ๑ ได้รับทุนของโจทก์ที่ ๒ ไปศึกษาวิชาการไปรษณีย์ที่ประเทศฝรั่งเศส จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาไว้กับโจทก์ที่ ๑ รับประพฤติและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับหรือคำสั่งของ ก.พ.ที่เกี่ยวกับการควบคุมการศึกษา หากไม่ปฏิบัติตามสัญญาเป็นเหตุให้ ก.พ. สั่งให้เดินทางกลับประเทศไทย จำเลยที่ ๑ ยอมรับผิดชดใช้ทุนที่โจทก์ที่ ๑ จ่ายไปแล้วทั้งสิ้นกับเงินอีกจำนวนหนึ่งเท่ากับจำนวนทุนดังกล่าวเป็นเบี้ยปรับทันที จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ไว้ ระหว่างที่ศึกษาอยู่ในต่างประเทศจำเลยที่ ๑ กระทำผิดอาญาฐานพยายามลักทรัพย์ ศาลอาญาแห่งเมืองทาร์บประเทศฝรั่งเศสพิพากษาลงโทษจำคุก ๔๕ วัน จำเลยที่ ๑ กระทำผิดวินิยตามข้อบังคับของ ก.พ.ในข้อที่ต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อเป็นผู้ประพฤติชั่ว อันเป็นการผิดสัญญา จำเลยที่ ๑ เดินทางกลับประเทศไทยแล้วตามคำสั่งของโจทก์ที่ ๑ จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันชำระเงินทุนและเบี้ยปรับรวม ๔๖๐,๘๕๒ บาท ๘๕ สตางค์ และดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า ระหว่างอยู่ต่างประเทศจำเลยที่ ๑ มิได้กระทำผิด ที่ถูกศาลในประเทศฝรั่งเศสพิพากษาลงโทษเพราะถูกตำรวจกลั่นแกล้งขู่บังคับหลอกลวงให้รับสารภาพ ทั้งเป็นความผิดเล็กน้อยเท่ากับความผิดลหุโทษตามกฎหมายไทย และมิใช่คำพิพากษาของศาลในประเทศไทย จำเลยที่ ๑ มิได้ประพฤติชั่ว จำเลยที่ ๑ เข้ารับราชการในกรมโจทก์ที่ ๒ แล้วโจทก์ทั้งสองสั่งให้จำเลยที่ ๑ ออกจากราชการ จะถือว่าจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาไม่ได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินค่าปรับและดอกเบี้ยพร้อมกัน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงินเต็มตามฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ มีอำนาจหน้าที่จัดการควบคุมการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือนที่ศึกษาอยู่ในต่างประเทศ ตามสัญญาการรับทุนที่โจทก์ที่ ๑ ทำกับจำเลยทั้งสองนั้นเห็นได้ว่าเป็นเรื่องกระทำตามอำนาจหน้าที่ของโจทก์ที่ ๑ มิใช่กระทำในฐานะตัวแทนโจทก์ที่ ๒ โจทก์ที่ ๑ กับจำเลยทั้งสองเป็นคู่สัญญาต่อกัน เมื่อจำเลยผิดสัญญา โจทก์ที่ ๑ ย่อมมีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ กระทำผิดฐานพยายามลักทรัพย์จนถูกศาลอาญาแห่งเมืองทาร์บประเทศฝรั่งเศสพิพากษาจำคุกและปรับ แล้ววินิจฉัยว่าตามข้อบังคับของ ก.พ.เอกสารหมาย จ.๓ ข้อ ๒๒ ง. กำหนดให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนักเรียนทุนในความดูแลของรัฐบาล ต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วเมื่อจำเลยที่ ๑ กระทำผิดดังกล่าวย่อมถือว่าเป็นเรื่องผิดวินัยของ ก.พ. อันเป็นการผิดสัญญาตามเอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๒ และข้อ ๗ ต้องรับผิดชดใช้ทุนที่โจทก์ที่ ๑ จ่ายไปแล้วทั้งสิ้นกับเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่า เว้นแต่จำเลยที่ ๑ ได้เข้ารับราชการตามที่ ก.พ.กำหนดจึงจะไม่ต้องรับผิด โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองชำระเงินทุนและเบี้ยปรับ จำเลยทั้งสองทราบแล้วเพิกเฉย เงินทุนและเบี้ยปรับเป็นหนี้เงิน โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้ตามกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1940/2520 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน โดยพันเอกจินดา ณ สงขลา เลขาธิการ กับพวกรวม 2 คน โจทก์ นายชาญชัย อิงคเวทย์ กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความสงขลา - สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน โดยพันเอกจินดา ณ · โจทก์ - เลขาธิการ กับพวกรวม 2 คน · ล. - นายชาญชัย อิงคเวทย์ กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสำเนียง ด้วงมหาสอน · ศาลอุทธรณ์ - นายกุศล บุญยืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 10166/2539ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 6/2475ฎีกา 4590/2553ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6911/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 158/2509ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา