⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1947/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1947/2520

ป.พ.พ. ม.158, 159, 161 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.84

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อวันครบกำหนดอายุความตรงกับวันหยุดราชการ ให้ถือว่าวันเริ่มทำงานใหม่เป็นวันครบกำหนดอายุความ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2516 ฉะนั้นอายุความเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแก่มูลละเมิดซึ่งมี 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์นั้น จึงครบกำหนดในวันที่ 2 มีนาคม 2517 แต่ปรากฎว่าวันที่ 2 และวันที่ 3 มีนาคม 2517 ตรงกับวันเสาร์และวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ โจทก์มีสิทธิฟ้องคดีในวันที่ 4 มีนาคม 2517 ซึ่งเป็นวันเริ่มทำงานใหม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 161 และข้อเท็จจริงที่ว่าวันที่ 2 และวันที่ 3 มีนาคม 2517 เป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันทั่วไป ศาลรู้ได้เองและหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้คู่ความไม่จำเป็นต้องนำสืบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.158 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.159 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.161 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.158 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.159 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.161 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด ได้มอบอำนาจให้นายบุญมี ศรีธระชิยานนท์ ฟ้องคดีแทนจำเลยเป็นบริษัทจำกัด ประกอบกิจการค้าทางรับจ้างขนส่งคนโดยสารรถยนต์ประจำทาง เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๑๖ ลูกจ้างจำเลยได้ขับรถยนต์ประจำทางไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความเร็วสูง และกินทางเข้าไปในช่องทางที่รถยนต์ของโจทก์ขับเป็นเหตุให้ชนรถโจทก์เสียหายยับเยิน จำเลยเป็นนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดของคนขับรถซึ่งเป็นลูกจ้าง จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิด จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประเด็น และต่อสู้ด้วยว่าโจทก์ทราบเหตุละเมิดตั้งแต่วันเกิดเหตุคือวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๑๖ แต่โจทก์เพิ่งฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๑๗ เป็นเวลาเกิน ๑ ปีแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่นำสืบให้ปรากฏชัดว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ว่าจำเลยต้องรับผิดวันใด โจทก์อาจทราบในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๑๖ ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุหรือวันรุ่งขึ้นก็ได้ โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๑๗ ซึ่งเป็นเวลาภายหลังครบ ๑ ปีแล้ว ๒ วัน คดีจึงขาดอายุความ โดยไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นต่อไปพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ขอให้พิพากษากลับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหามาสู่ศาลฎีกาเพียงว่า คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องแล้วหรือไม่ โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๑๖ ฉะนั้นอายุความเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแก่มูลละเมิดซึ่งมี ๑ ปีนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น จึงครบกำหนดในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๑๗ หาใช่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๑๗ ดังที่จำเลยฎีกาไม่ ปรากฎว่าวันที่ ๒ และวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๑๗ ตรงกับวันเสาร์และวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ ฉะนั้นแม้จะฟังว่าโจทก์ทราบและรู้ตัวผู้กระทำละเมิดในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๑๖ ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องคดีนี้ในวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๑๗ ซึ่งเป็นวันเริ่มทำงานใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๑ และข้อเท็จจริงที่ว่าวันที่ ๒ และวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๑๗ เป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันทั่วไป คู่ความไม่จำต้องนำสืบตามมาตรา ๘๔(๑) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉะนั้นจึงเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลรู้ได้เองและหยิบยกขึ้นวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ได้ หาเป็นการฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนดังฎีกาจำเลยไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความและให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1947/2520 บริษัทสากลภัณฑ์ จำกัด โดยนายบุญมี ศรีธระชิยานนท์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ บริษัทชุมพลรุ่งเรือง จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสากลภัณฑ์ จำกัด โดยนายบุญมี ศรีธระชิยานนท์ ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - บริษัทชุมพลรุ่งเรือง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิสัณห์ ลีตเวทย์ · บัญญัติ สุชีวะ · พิทยา มงคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายกีรติ สุวรรณพรหมา · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2135/2518ฎีกา 3026/2517ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 72/2505ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 1959/2529ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534ฎีกา 4085/2559ฎีกา 234/2491ฎีกา 7/2539ฎีกา 1361/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา