⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2146/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2146/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำหนังสือแสดงเจตนาสละสิทธิครอบครองที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินไว้ล่วงหน้า โดยกำหนดให้ตกเป็นสิทธิแก่บุคคลอื่นแทนการชำระหนี้เมื่อตนตาย เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และการครอบครองของบุคคลนั้นจะเริ่มนับแต่ผู้สละสิทธิครอบครองตาย โดยไม่ถือเป็นการยึดถือแทนทายาทของผู้สละสิทธิครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

ข.ทำหนังสือแสดงเจตนาสละสิทธิครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินไว้ล่วงหน้าว่า เมื่อ ข.ตายแล้วให้ที่พิพาทเป็นสิทธิแก่จำเลยเจ้าหนี้แทนการชำระหนี้ เมื่อจำเลยยินยอมตามนี้โดยได้ครอบครองที่พิพาทเพื่อตนตั้งแต่ ข.ตายก็เป็นสิทธิที่คู่กรณีกระทำได้โดยชอบไม่เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 656 วรรค 2 และวรรคสุดท้าย ดังนั้น การครอบครองของ ข.จึงเป็นอันสิ้นสุดลงนับแต่ ข.ตาย จำเลยหาได้ครอบครองที่พิพาทแทน ข. หรือโจทก์ซึ่งเป็นทายาทไม่ จำเลยจึงไม่ตกอยู่ในฐานะเป็นผู้ยึดถือแทนตามประมวลกกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 ไม่จำต้องบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะการครอบครองไปยังโจทก์หรือทายาทอื่นของ ข. จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองที่พิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายขลุดบิดาโจทก์ทั้งสองมีที่นา ๑ แปลง นายขลุดถึงแก่กรรมโจทก์ทั้งสองได้เข้าครอบครองต่อมา ไม่มีผู้ใดเข้าเกี่ยวข้องหรือรบกวนสิทธิ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอรับมรดก จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านขอให้อำเภอระงับการโอน โดยอ้างว่านายขลุดทำพินัยกรรมยกที่พิพาทให้จำเลย ความจริงนายขลุดมิได้เคยทำนิติกรรมให้แก่ผู้ใดหากจะมีพินัยกรรมก็เป็นพินัยกรรมปลอม ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยถอนคำคัดค้านที่โจทก์ขอรับมรดก และให้อำเภอจดทะเบียนโอนมรดกให้โจทก์และให้ศาลสั่งว่าพินัยกรรมของจำเลย (ถ้าหากมี) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยให้การว่า นายขลุดกู้เงินจำเลยแล้วไม่มีเงินชำระหนี้ ได้เอาที่พิพาทตีใช้เงินกู้ให้จำเลย จำเลยครอบครองเป็นเจ้าของมาจนบัดนี้เป็นเวลา ๖ ปีแล้ว โจทก์ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นายขลุดได้กู้เงินจำเลยไปและได้ทำหนังสือแสดงเจตนาเอาที่พิพาทให้เป็นของจำเลย เมื่อนายขลุดถึงแก่ความตาย หลังจากนายขลุดตายแล้วจำเลยครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของตลอดมาเป็นเวลาเกินกว่า ๑ ปีแล้ว จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองตามกฎหมาย โจทก์นำคดีมาฟ้องหลังจากถูกรบกวนการครอบครองเกินกว่า ๑ ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยยอมรับเอานาพิพาทเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่กู้ยืนนั้น ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๖ วรรค ๒ เป็นโมฆะ จำเลยคงมีสิทธิทำนาพิพาทต่างดอกเบี้ยเท่านั้น ไม่อาจได้สิทธิครอบครอง นาพิพาทยังคงเป็นทรัพย์สินในกองมรดกของบิดาโจทก์ โจทก์ทั้งสองในฐานะทายาทมีสิทธิฟ้องได้ แต่ที่โจทก์ขอให้ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในนาพิพาทนั้น จำเลยเป็นเจ้าหนี้กองมรดก จึงมีสิทธิทำนาพิพาทต่างดอกเบี้ย พิพากษากลับว่าที่พิพาทเป็นทรัพย์สินในกองมรดกของนายขลุด ภาครัตน์ ซึ่งโจทก์ทั้งสองในฐานะทายาทโดยธรรมมีส่วนได้เสียอยู่ด้วย คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเดิมเป็นของนายขลุดบิดาโจทก์ นายขลุดได้กู้เงินจำเลยไปและได้ทำสัญญาไว้มีใจความว่า เมื่อนายขลุดตายแล้วให้ยกที่พิพาทให้จำเลยและได้มอบที่พิพาทให้จำเลยครอบครองทำนาในที่พิพาทตลอดมา นายขลุดได้ตายไปแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่านายขลุดได้ทำหนังสือแสดงเจตนาสละสิทธิครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินไว้ล่วงหน้าว่าเมื่อนายขลุดตายแล้ว ให้ที่พิพาทเป็นสิทธิแก่จำเลยเจ้าหนี้แทนการชำระหนี้ เมื่อจำเลยยินยอมตามนี้โดยได้ครอบครองที่พิพาทเพื่อตนตั้งแต่นายขลุดตาย ก็เป็นสิทธิที่คู่กรณีกระทำได้โดยชอบ ไม่เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๖ วรรค ๒ และวรรคสุดท้าย ดังนั้น การครอบครองของนายขลุดจึงเป็นอันสิ้นสุดลงเมื่อนายขลุดตาย นับแต่นั้นมาจำเลยหาได้ครอบครองที่พิพาทแทนนายขลุดหรือโจทก์ไม่ จำเลยจึงไม่ตกอยู่ในฐานะเป็นผู้ยึดถือแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๑ ไม่จำต้องบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะการครอบครองไปยังโจทก์หรือทายาทอื่นของนายขลุด จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองที่พิพาท โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเอาที่พิพาทคืนได้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2146/2520 นายพรัด ภาครัตน์ กับพวก โจทก์ นายนาม ทิพยรัตน์แก้ว ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพรัด ภาครัตน์ กับพวก · ล. - นายนาม ทิพยรัตน์แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายนิวัฒน์ แก้วเกิดเคน · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2971/2543ฎีกา 1188/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 600/2536ฎีกา 142/2492ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 6667/2542ฎีกา 472/2526ฎีกา 945/2537ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 3421/2538ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 1686/2520ฎีกา 7863/2538ฎีกา 2533/2549ฎีกา 7706/2548ฎีกา 6163/2537ฎีกา 5442/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา