⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2264/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2264/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม แม้จะมีการท้าทายก่อนกระทำความผิด ก็ไม่เป็นการลบล้างโทสะ แต่เป็นการเร่งให้โทสะเกิดเร็วขึ้น

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายพยายามบังคับข่มขืนใจให้จำเลยดื่มสุราทั้งที่จำเลยปฏิเสธอ้างว่าป่วยดื่มไม่ได้ ผู้ตายก็เอาแก้วขว้างจนจำเลยต้องหลบถึง 2 ครั้ง แก้วที่แตกเสียหายทั้งสองใบนั้นก็เป็นของจำเลย หลังจากนั้นผู้ตายจึงผลักหน้าผากจำเลยล้มหงายลงแล้วผู้ตายยังตามเข้ามาเอาไหล่ดันจำเลยอีก ถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยใช้มีดแทงผู้ตายในขณะนั้น จึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ แม้จะฟังว่าผู้ตายท้าให้แทงก่อนจำเลยจะแทงผู้ตายก็ตาม ก็ไม่เป็นการลบล้างโทสะของจำเลยเนื่องจากการถูกผู้ตาย ข่มเหงโดยไม่เป็นธรรมซึ่งเกิดขึ้นก่อนแล้วนั้น แต่กลับจะเป็นการเร่งให้โทสะเนื่องจากการถูกข่มเหงเกิดเร็วขึ้นเสียอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๑๙ เวลากลางวัน จำเลยใช้มีดปลายแหลมยาวทั้งด้ามและตัวมีด ๓๕ เซ็นติเมตร ใบมีดกว้าง ๒ ๑/๒ เซ็นติเมตร แทงนายหมื่น เพราะปลูก ถูกที่ด้านหลังสะบักขวา ๑ ทีโดยเจตนาฆ่าจนนายหมื่น เพราะปลูก ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ตำบลบ้านปง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๘ ปี ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสามแล้วคงจำคุก ๑๒ ปี ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยแทงผู้ตายโดยบันดาลโทสะ พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๗๒ จำคุก ๔ ปี ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๒ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อฟังได้ว่าผู้ตายพยายามบังคับข่มขืนใจให้จำเลยดื่มสุราทั้งที่จำเลยปฏิเสธอ้างว่าป่วยดื่มไม่ได้ ผู้ตายก็เอาแก้วขว้างจนจำเลยต้องหลบถึง ๒ ครั้ง แก้วที่แตกเสียหายทั้งสองใบนั้นก็เป็นของจำเลย หลังจากนั้นผู้ตายจึงผลักหน้าผากจำเลยล้มหงายลงแล้วผู้ตายยังตามเข้ามาเอาไหล่ดันจำเลยอีกถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยใช้มีดแทงผู้ตายในขณะนั้น จึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ แม้จะฟังว่าผู้ตายท้าให้แทงก่อนจำเลยจะแทงผู้ตายก็ตาม ก็ไม่เป็นการลบล้างโทสะของจำเลยเนื่องจากการถูกผู้ตายข่มเหงโดยไม่เป็นธรรมซึ่งเกิดขึ้นก่อนแล้วนั้น แต่กลับจะเป็นการเร่งให้โทสะเนื่องจากการถูกข่มเหงเกิดเร็วขึ้นเสียอีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2264/2520 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นายสีแก้ว การะเวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · ล. - นายสีแก้ว การะเวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ · ปรีชา สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายทองหล่อ โฉมงาม · ศาลอุทธรณ์ - นายดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4077/2536ฎีกา 313/2518ฎีกา 871/2518ฎีกา 853/2473ฎีกา 3861/2537ฎีกา 6083/2546ฎีกา 2669/2538ฎีกา 625/2518ฎีกา 729/2508ฎีกา 3164/2538ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 226/2529ฎีกา 1150/2499ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 551/2514ฎีกา 175/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1309/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา