คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2323/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนจากบุคคลภายนอกที่ยึดทรัพย์ไปโดยมิชอบ เป็นการฟ้องขอให้คืนทรัพย์สิน ไม่ใช่การฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิด จึงไม่ใช้อายุความ 1 ปี
2. ทรัพย์สินที่สามีภริยาได้มาระหว่างสมรส โดยเฉพาะหุ้นในบริษัทจำกัด สิทธิการเช่า หรือสิ่งที่ได้มาโดยการยกให้โดยไม่มีการระบุว่าเป็นสินส่วนตัว ถือเป็นสินสมรส แม้จะเป็นดอกผลของสินเดิมก็ตาม เว้นแต่จะเป็นเครื่องใช้ส่วนตัวตามฐานะ
3. การยึดทรัพย์สินของบุคคลภายนอกโดยผู้ว่าราชการจังหวัดตามประมวลรัษฎากร โดยใช้คำว่า "ยึด" แทน "อายัด" มีผลให้ผู้ถูกยึดต้องส่งมอบทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่าจำเลยแกล้งยึดทรัพย์ละเมิดสิทธิของโจทก์ แต่โจทก์ขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์กับดอกเบี้ย เป็นเรื่องติดตามเอาทรัพย์คืน ไม่ใช่ละเมิดที่ใช้อายุความ 1 ปี
ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรสรวมทั้งหุ้นในบริษัทจำกัดหรือสิทธิการเช่า สิ่งที่ซื้อมาด้วยสินส่วนตัวหรือดอกผลของสินส่วนตัวไม่เข้า มาตรา 1465 เป็นสินสมรส สิ่งที่ได้มาโดยหนังสือยกให้ไม่มีระบุว่าเป็นสินส่วนตัว ก็เป็นสินสมรส ดอกผลของสินเดิมเป็นสินสมรส เครื่องใช้ส่วนตัวตามฐานะเป็นสินส่วนตัว
ทรัพย์ซึ่งอยู่ที่คนภายนอก ผู้ว่าราชการจังหวัดยึดตามประมวลรัษฎากร ไม่ได้ใช้คำว่าอายัด ผลก็คือต้องส่งมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด จึงไม่แตกต่างกัน
ฟ้องเรียกสินเดิมและสินส่วนตัวคืน แต่ไม่ระบุว่าเครื่องประดับและรถยนต์ที่เรียกคืนมีอะไรบ้าง รถคันไหนเป็นฟ้องเคลือบคลุม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ท่านผู้หญิงวิจิตรา ธนะรัชต์ · จำเลย - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข · สุจริต เสถียรกาล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา