⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2358/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2358/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. 2474 ต้องใช้อายุความสามปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการละเมิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องมีใจความว่า ตำราเรียนภาษาอังกฤษรายพิพาทนั้นโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยปลอมแปลงลอกเลียนออกจำหน่าย เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย ดังนี้เป็นการบรรยายฟ้องเรียกค่าเสียหายในการละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 หาใช่เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 มาตรา 24 อันเป็นบทบัญญัติอยู่ในส่วนแพ่ง คือส่วนที่ 4 ว่าด้วยสิทธิแก้ในทางแพ่งซึ่งการละเมิดลิขสิทธิ์บัญญัติว่า "คดีละเมิดลิขสิทธิ์นั้นท่านมิให้ฟ้องเมื่อพ้นสามปีนับแต่วันละเมิด" จึงต้องใช้อายุความสามปีดังกล่าวมาบังคับ จำเลยการทำการละเมิดลิขสิทธิ์คือขายหนังสือที่คัดลอกเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2515 โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2516 คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 ม.4 พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 ม.12 พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 ม.20 พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 ม.21 พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัดจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ปรากฏตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้อง จำเลยเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดดำเนินการขายหนังสือ บริษัทลองแมน กรุ๊ป (ตะวันออกไกล) จำกัด จดทะเบียนในประเทศอังกฤษ ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีนี้ ปรากฏตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้อง บริษัทลองแมนฯ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตำราเรียนภาษาอังกฤษหลายเล่ม ซึ่งเดิมโจทก์ซื้อมาจำหน่ายเองและมีร้านขายหนังสืออื่นรับไปจำหน่าย รวมทั้งร้านจำเลย ต่อมา พ.ศ.๒๕๑๕ บริษัทลองแมนฯ ได้มอบให้โจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ในปี พ.ศ.๒๕๑๕ โจทก์สังเกตว่าการจำหน่ายตำราเรียน ๓ เล่มชื่อ คอมมอน มิสเทคส์ อิน องก์ลิช, ลิฟวิ่ง อิงก์ลิช สตรัคเจอร์ ฟอร์สกูลส์ และไกเด็ด คอมโพซีชั่น เอกเซอไซเสส ตกต่ำลงไปอย่างผิดสังเกต เมื่อส่งคนออกสืบตลาด จึงทราบว่าที่ร้านของจำเลยจำหน่ายตำราเรียน ๓ เล่มนี้ โดยปลอมแปลงลอกเลียนไปจากตำราเรียนของบริษัทลองแมนฯ จำเลยขายโดยรู้ว่าเป็นวรรณกรรมทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทลองแมนฯ ทำให้บริษัทลองแมนฯ เสียหายเพราะจำหน่ายตำราเรียนดังกล่าวไม่ได้คิดเป็นเงิน ๑๑๘,๐๖๑ บาท ๕๐ สตางค์ หนังสือของแท้ ๓ เล่มคือหนังสือหมาย ก.ข.ค. หนังสือปลอม ๓ เล่มคือหนังสือหมาย ง.จ.ฉ.ท้ายฟ้อง จำเลยปลอมแปลงลอกเลียนออกจำหน่ายมีข้อความเหมือนตำราของบริษัทลองแมนฯ ทุกประการ รวมตลอดถึงชื่อและเครื่องหมายการค้าด้วย แต่มีลักษณะแตกต่างเช่นใช้กระดาษคุณภาพเลวกว่า การเย็บเล่มของจริงเย็บถี่ ของปลอมตัดสันทากาวหรือไม่ก็ใช้ลวดธรรมดาเย็บ การพิมพ์ไม่เรียบร้อย ตัวหนังสือและภาพเลอะเลือน สีไม่เหมือนกัน ที่สำคัญคือ จำเลยขายตำราที่จำเลยปลอมแปลงลอกเลียนในราคาต่ำกว่า โจทก์เพิ่งรู้การละเมิดของจำเลยเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๑๕ จึงรายงานให้บริษัทลองแมนฯ ทราบ และได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ดังกล่าว ขอให้พิพากษาห้ามจำเลยจำหน่ายตำราเรียนภาษาอังกฤษอันละเมิดลิขสิทธิ์ ๓ เล่มตามฟ้อง ให้จำเลยส่งสำเนาจำลองละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมดซึ่งมีอยู่ที่จำเลยให้แก่โจทก์ รวมทั้งแม่พิมพ์ที่ได้ใช้ในการทำให้เกิดสำเนาจำลองที่ว่านี้ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๑๘,๐๖๑ บาท ๕๐ สตางค์ รวมทั้งค่าเสียหายตามความร้ายแรงแห่งละเมิด ๘๑,๙๓๘ บาท ๕๐ สตางค์ รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การว่า โจทก์บรรยายฟ้องสับสน จำเลยไม่อาจเข้าใจได้ว่าบริษัทลองแมน กรุ๊ป (ตะวันออกไกล) จำกัด หรือบริษัทสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด เป็นโจทก์กันแน่ ฟ้องของโจทก์จึงเคลือบคลุม โจทก์ไม่มีเอกสารหรือหลักฐานใดแสดงว่านายดับบลิว.เอ.เอช.เบ็คเก็ทท์ และนายเจ.ดี.วิลเลียมสัน เป็นผู้มีอำนาจลงชื่อหรือกระทำการแทนบริษัทลองแมนฯ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องตำราเรียนภาษาอังกฤษหมาย ง.จ.ฉ.ท้ายฟ้องไม่ใช่ตำราเรียนซึ่งจำเลยจัดพิมพ์หรือจำหน่าย ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องนั้นไม่มีเหตุผลและไม่เป็นความจริงเป็นข้อเรียกร้องที่เคลือบคลุม ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าบริษัทสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจฟ้อง ฟ้องไม่เคลือบคลุม คดีไม่ขาดอายุความ ส่วนค่าเสียหายเห็นสมควรกำหนดให้เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๑๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ ห้ามจำเลยจำหน่ายตำราเรียนภาษาอังกฤษตามฟ้อง และให้จำเลยส่งสำเนาจำลองละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมดซึ่งมีอยู่ที่จำเลยแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องมีใจความว่าตำราเรียนภาษาอังกฤษ ๓ เล่มรายพิพาทนั้น โจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จำเลยปลอมแปลงลอกเลียนหนังสือ ๓ เล่มนั้นออกจำหน่ายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย เช่นนี้ เป็นการบรรยายฟ้องเรียกค่าเสียหายในการละเมิดลิขสิทธิ์ตามนัยแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.๒๔๗๔ หาใช่เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.๒๔๗๔ มาตรา ๒๔ อันเป็นบทบัญญัติอยู่ในส่วนแพ่งคือส่วนที่ ๔ ว่าด้วยสิทธิแก้ในทางแพ่งซึ่งการละเมิดลิขสิทธิ์บัญญัติว่า "คดีละเมิดลิขสิทธิ์นั้น ท่านมิให้ฟ้องเมื่อพ้นสามปีนับแต่วันละเมิด" ดังนี้ จึงต้องใช้อายุความสามปีดังกล่าวมาบังคับแก่คดีนี้ และตามฎีกาของจำเลยรับว่าจำเลยกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์คือขายหนังสือที่คัดลอกเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๑๕ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๑๖ คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยในเรื่องที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ไม่สามารถแสดงหลักฐานว่านายดับบลิว.เอ.เอช.เบ็คเก็ทท์ และนายเจ.ดี.วิลเลียมสัน มีอำนาจลงชื่อหรือกระทำการแทนบริษัทโจทก์นั้น เห็นว่าโจทก์สืบได้สมฟ้องว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์บรรยายฟ้องเคลือบคลุม จำเลยไม่อาจแน่ใจได้ว่าใครเป็นโจทก์ที่แท้จริงนั้น เห็นว่าเมื่ออ่านฟ้องโดยตลอดก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าบริษัทลองแมนกรุ๊ป (ตะวันออกไกล) จำกัด เป็นโจทก์ โดยบริษัทสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด เป็นผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ ส่วนเรื่องค่าเสียหายนั้น เห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ๑๐๐,๐๐๐ บาทนั้นสูงไป ควรกำหนดให้เพียง ๕๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๕๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2358/2520 บริษัทลองแมน กรุ๊ป (ตะวันออกไกล) จำกัด โดยบริษัทสำนักพิมพ์ไทยวัฒนา พานิช จำกัด ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แพร่พิทยา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโดยบริษัทสำนักพิมพ์ไทยวัฒนา - บริษัทลองแมน กรุ๊ป (ตะวันออกไกล) จำกัด · โจทก์ - พานิช จำกัด ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัด แพร่พิทยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผสม จิตรชุ่ม · ยงยุทธ เลอลภ · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกุศล บุญยืน · ศาลอุทธรณ์ - นายโสพิทย์ คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4513/2533ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา