⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 263/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 263/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมาย ย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครอง แม้ว่าจะมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเพียงผู้เดียวก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยซึ่งรวมทั้งที่พิพาทด้วย ผู้ร้องยื่นคำร้องที่พิพาทเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องได้เข้าครอบครองที่พิพาทตั้งแต่วันซื้อขาย โดยสงบเปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว หากเป็นความจริงดังที่ผู้ร้องอ้าง ผู้ร้องก็ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 การที่จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของกรมสิทธิ์ที่พิพาทแต่ผู้เดียว เป็นแต่เพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้มีชื่อในโฉนดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และโจทก์ผู้นำยึดทรัพย์ไม่อยู่ในฐานะที่จะได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรค 2 ศาลชั้นต้นควรที่จะฟังข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความเสียก่อน ไม่ชอบที่จะสั่งงดสืบพยานผู้ร้องและโจทก์แล้วพิพากษายกคำร้อง (อ้างฎีกาที่ 456-458/2491)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยซึ่งรวมทั้งที่พิพาทด้วย ผู้ร้องยื่นคำร้องได้ซื้อที่พิพาทและได้เข้าครอบครองตั้งแต่วันซื้อขายโดยสงบ เปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่พิพาทจึงเป็นของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ไม่ใช่ของจำเลย ขอให้ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ให้การว่า โฉนดที่พิพาทมีชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ผู้ร้องไม่ได้ซื้อขายที่พิพาทกันจริงและไม่สุจริต ทั้งไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๕๖ และไม่อาจใช้ยันโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ หากผู้ร้องจะมีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดพิพาทด้วยผู้ร้องก็อยู่ในฐานะเป็นเจ้าของร่วมกับจำเลย ไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นสอบผู้ร้องแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว สั่งงดสืบพยานผู้ร้องและโจทก์แล้ววินิจฉัยว่าผู้ร้องอ้างว่ามีกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในที่พิพาท ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแล้ว หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ผู้ร้อง หรือศาลสั่งว่าผู้ร้องมีสิทธิในคดีที่ผู้ร้องฟ้องจำเลยขอแสดงกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องก็คงจะมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในที่พิพาท ไม่ชอบที่ผู้ร้องจะมายื่นคำร้องขัดทรัพย์ พิพากษาให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องให้เจ้าพนักงานดำเนินการบังคับคดีต่อไป ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ผู้ร้องอ้างว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทของในสองสามส่วน โดยได้แยกกันครอบครองเป็นส่วนสัดเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี จนได้การครอบครองปรปักษ์แล้ว ที่พิพาทจึงมิใช่ของจำเลยแต่ผู้เดียวดังที่ปรากฏในหน้าโฉนด ดังนี้ สมควรฟังข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความเสียก่อน พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นสืบพยานผู้ร้องและโจทก์ และพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ผู้ร้องอ้างว่าได้ซื้อที่พิพาทและได้เข้าครอบครองตั้งแต่วันซื้อขาย โดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้วนั้น หากเป็นความจริงดังที่ผู้ร้องอ้าง ผู้ร้องก็ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทส่วนที่ผู้ร้องครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ การที่จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแต่ผู้เดียว เป็นแต่เพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้มีชื่อในโฉนดเป็นเจ้าจองกรรมสิทธิ์ และโจทก์ผู้นำยึดทรัพย์ของจำเลยไม่อยู่ในฐานะที่จะได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ ดังนัยฎีกาที่ ๔๕๖-๔๕๘/๒๔๙๑ ศาลชั้นต้นควรที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไปให้สิ้นกระแสความเสียก่อน ไม่ชอบที่จะสั่งงดสืบพยานผู้ร้องและโจทก์แล้วพิพากษายกคำร้อง ที่โจทก์ฎีกาว่าการที่ศาลอุทธรณ์สั่งให้ผู้ร้องและโจทก์สืบพยานอีก เป็นการพิจารณาซ้ำกับคดีแพ่งแหมายเลขดำที่ ๙๐/๒๕๑๘ นั้น โจทก์มิได้ยกประเด็นข้อนี้ขึ้นว่ากันมาในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่เห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 263/2520 นายผิว สุนทร โจทก์ นายม่วง ยอดหอม ล. นายเลี่ยน ยอดหอม ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายผิว สุนทร · ล. - นายม่วง ยอดหอม · ผู้ร้อง - นายเลี่ยน ยอดหอม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประภาศน์ อวยชัย · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพ็ชรบุรี - นายสนัด หมายสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4359/2540ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 377/2536ฎีกา 5712/2541ฎีกา 5640/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4470/2543ฎีกา 591/2513ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4185/2547ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 602/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา