⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 441/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 441/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ที่จะทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดนั้น จะต้องเป็นการตกลงผ่อนเวลาที่แน่นอนและมีผลว่าเจ้าหนี้จะใช้สิทธิเรียกร้องหรือฟ้องร้องไม่ได้ในระหว่างผ่อนเวลานั้น.

ย่อคำพิพากษา

การผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ที่จะทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดนั้น จะต้องตกลงผ่อนเวลากันแน่นอนและมีผลว่าในระหว่างผ่อนเวลานั้น เจ้าหนี้จะใช้สิทธิเรียกร้องหรือฟ้องร้องไม่ได้ หากเพียงแต่หนี้ถึงกำหนดชำระ เจ้าหนี้ไม่ได้เรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ เพราะเจ้าหนี้อาจใช้สิทธิเรียกร้องเมื่อใดก็ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.700

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาซื้อเชื่อเครื่องดื่มไปจากโจทก์ โดยตกลงกันว่าจำนวนเงินที่ซื้อเชื่อนั้นจำเลยจะชำระให้หมดในวันที่ ๑ ของเดือนถัดไป โดยมีจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ซื้อเชื่อเครื่องดื่มไปจากโจทก์หลายครั้ง และค้างชำระเงินเป็นจำนวน ๓๙,๙๔๓ บาท โดยไม่ยอมชำระให้โจทก์ จึงขอให้ศาลบังคับ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระก็ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันชำระแทนจนครบ จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การและแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมตามสัญญาจำเลยที่ ๑ จะต้องชำระค่าของเชื่อให้หมดสิ้นภายในวันที่ ๑ ของเดือนถัดไป ถ้าผิดนัดยอมให้โจทก์งดจ่ายของเชื่อ เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าของเชื่อภายในเดือน พฤศจิกายน ๒๕๑๕ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะให้ซื้อเชื่อของในเดือนถัดไปอีก หากโจทก์ยอมให้จำเลยที่ ๑ ซื้อเชื่อไป ก็เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดการที่โจทก์ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้จำเลยที่ ๑ ก็ดี และการที่โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ซื้อเกินไปกว่าที่ผู้ค้ำประกันตกลงก็ดี เป็นการผิดวัตถุประสงค์ตามสัญญาค้ำประกัน สัญญาค้ำประกันเป็นโมฆะ จำเลยที่ ๒ ย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๒๖,๙๔๓ บาท หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันชำระให้แก่โจทก์จนครบ โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๓๙,๙๔๓ บาท หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันชำระ ๓๒,๓๓๘ บาท โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ ๒ ถึงแก่กรรม ศาลฎีกาอนุญาตให้นายพิพากษ์บุตรจำเลยที่ ๒ เข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยที่ ๒ ผู้มรณะ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ได้ซื้อของเชื่อไปจากโจทก์คิดเป็นเงิน ๓๙,๙๔๓ บาทจริง และจำเลยที่ ๑ ชำระให้แก่โจทก์ไปแล้ว ๑๓,๐๐๐ บาท คงต้องรับผิดต่อโจทก์เพียง ๒๖,๙๔๓ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ต้องรับผิดเพียง ๑๙,๓๓๘ บาท และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าการที่โจทก์ยอมผ่อนเวลาให้แก่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้เอง ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดนั้นว่า การผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ที่จะทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดนั้น จะต้องมีการตกลงผ่อนเวลากันแน่นอนและมีผลว่าในระหว่างเวลาผ่อนเวลานั้น เจ้าหนี้จะใช้สิทธิเรียกร้องหรือฟ้องร้องไม่ได้ หากเพียงแต่หนี้ถึงกำหนดชำระ เจ้าหนี้ไม่ได้เรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ เพราะเจ้าหนี้อาจใช้สิทธิเรียกร้องเมื่อใดก็ได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ที่ค้าง ๒๖,๙๔๓ บาทฯ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระก็ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันชำระให้โจทก์จำนวน ๑๙,๓๓๘ บาทฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 441/2520 นายเจริญ เตชานุรักษ์ โจทก์ นายพิจิน บุญยะผลึก กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจริญ เตชานุรักษ์ · ล. - นายพิจิน บุญยะผลึก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุบ วีระเวคิน · กฤษณ์ โสภิตกุล · สุมิตร ฟักทองพรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายอุทัย ไกรทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุจริต เสถียรกาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6237/2538ฎีกา 815/2533ฎีกา 306/2473ฎีกา 1148/2473ฎีกา 1853/2511ฎีกา 1286/2523ฎีกา 6192/2537ฎีกา 3176/2538ฎีกา 3855/2536ฎีกา 1595/2509ฎีกา 137/2474ฎีกา 3579/2536ฎีกา 271/2508ฎีกา 1023/2514ฎีกา 2379/2523ฎีกา 3768/2533ฎีกา 2209/2539ฎีกา 795/2524ฎีกา 741/2523ฎีกา 2251/2539ฎีกา 852/2555ฎีกา 967/2538ฎีกา 2528/2567ฎีกา 1640/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา