⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 504/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 504/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนเลิกกัน ต้องมีการชำระบัญชีหรือตกลงจัดการทรัพย์สินก่อน จึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาเงินหรือทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนเลิกกัน ต้องจัดให้มีการชำระบัญชีหรือตกลงกันให้จัดการทรัพย์สินโดยวิธีอื่นในระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันก่อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1061 วรรคแรก เพื่อให้ทราบว่ากิจการมีกำไรหรือขาดทุน หุ้นส่วนแต่ละคนมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเท่าใดหรือจะต้องชดใช้ให้ห้างหุ้นส่วนเพียงใด แล้วจึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาเงินหรือทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนนั้นได้ การที่โจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งของห้างหุ้นส่วนสามัญที่เลิกกันนำคดีมาฟ้องเรียกเงินปันผล และเงินค่าหุ้นจากผู้จัดการมรดกของผู้ถือหุ้นอื่นที่วายขนม์ไปแล้ว ทั้งๆ ที่ยังมิได้มีการชำระบัญชีหรือตกลงกันให้จัดการทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนโดยวิธีอื่นในระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันแต่อย่างใด นั้น เป็นการยังมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1061

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และนางนุ่มมารดาจำเลยเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนโรงสีไฟบั้นฮับ นางนุ่นตายห้างหุ้นส่วนสามัญโรงสีไฟบั้นฮับเลิกกัน ก่อนตายนางนุ่นในฐานะผู้จัดการมรดกของนายงู่กวางหรือศุภชัยได้ขายหุ้นที่นายงู่กวางถืออยู่ในบริษัทฟองเหลาไมฮง จำกัด แทนห้างหุ้นส่วนสามัญโรงสีไฟบั้นฮับจำนวน ๑๐๐ หุ้น พร้อมกับรับเงินปันผลที่ค้างเป็นเงิน ๔๓๒,๗๔๙ บาท ๒๐ สตางค์ และนางนุ่มไม่ยอมแบ่งเงินจำนวนนี้ให้โจทก์ จำเลยในฐานะทายาทรับมรดกต้องรับผิดคืนเงินจำนวนนี้ให้โจทก์เพื่อชำระหนี้บัญชีห้างหุ้นส่วนสามัญโรงสีไฟบั้นฮับ ขอให้บังคับจำเลยร่วมกันคืนเงิน ๔๓๒,๗๔๙ บาท ๒๐ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญโรงสีไฟบั้นฮับเลิกกัน แต่มิได้มีการชำระบัญชี เพียงแต่โจทก์ตั้งผู้ชำระบัญชีขึ้นซึ่งโจทก์ไม่มีอำนาจตั้ง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๕ ที่ ๖ และที่ ๗ ร่วมรับผิดในฐานะทายาทนางนุ่มผู้ตาย คืนเงิน ๔๓๒,๗๔๙ บาท ๒๐ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๔ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๕ ที่ ๖ และที่ ๗ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทุกคนที่อุทธรณ์เสียด้วย แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ในทางที่ถูกต้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้ง ๕ กับนางนุ่มมารดาจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๕ ที่ ๖ และที่ ๗ เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนโรงสีไฟบั้นฮับนางนุ่มตายเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๑๔ ห้างหุ้นส่วนสามัญโรงสีไฟบั้นฮับเลิกกันผู้เป็นหุ้นส่วนที่เหลือตั้งนายประกอบเป็นผู้ชำระบัญชี แต่ยังไม่มีการชำระบัญชีกันและไม่ได้ตกลงกันให้จัดการทรัพย์สินโดยวิธีอื่นในระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกัน โจทก์ฟ้องอ้างว่านางนุ่มในฐานะผู้จัดการมรดกของนายงู่กวางได้ขายหุ้นที่นายงู่กวางถือหุ้นอยู่ในบริษัทอันฟองเหลาไมฮง จำกัด แทนห้างหุ้นส่วนสามัญโรงสีไฟบั้นฮับ จำนวน ๑๐๐ หุ้น ให้แก่บุคคลอื่นพร้อมกับได้รับเงินปันผลที่ค้างอยู่ไปเป็นเงิน ๔๓๒,๗๔๙ บาท ๒๐ ่สตางค์ จำเลยซึ่งเป็นบุตรและทายาทผู้รับมรดกของนางนุ่มต้องรับผิดคืนเงินจำนวนนี้ให้โจทก์ เพื่อชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนสามัญโรงสีไฟบั้นฮับต่อไป ดังนี้ปัญหาเกี่ยวกับเงินจำนวนดังกล่าว แม้จะฟังว่าเป็นของห้างหุ้นส่วนสามัญโรงสีไฟบั้นฮับ แต่เนื่องจากห้างหุ้นส่วนยังมิได้มีการชำระบัญชีกัน ก็ไม่ทราบว่ากิจการของห้างหุ้นส่วนมีกำไรหรือขาดทุน หุ้นส่วนแต่ละคนมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเท่าใดโดยเฉพาะนางนุ่มมารดาจำเลยผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งจะได้รับเงินจากห้างหุ้นส่วนหรือจะต้องชดใช้ให้ห้างหุ้นส่วนเพียงใดหรือไม่ ในเมื่อหักลบกันแล้ว ทั้งผู้เป็นหุ้นส่วนก็มิได้ตกลงกันให้จัดการทรัพย์สินโดยวิธีอื่น และไม่ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนดังกล่าวถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลาย ดังนั้น เมื่อห้างหุ้นส่วนสามัญโรงสีไฟบั้นฮับเลิกกัน โจทก์ชอบที่จะต้องจัดการให้มีการชำระบัญชีก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๖๑ วรรค ๑ จึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาเงินหรือทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนนั้นได้ เมื่อโจทก์ยังมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 504/2520 นายเจริญ กมลธรรม กับพวก โจทก์ นางสาวบุญนาค วรพันธ์พิทักษ์ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจริญ กมลธรรม กับพวก · ล. - นางสาวบุญนาค วรพันธ์พิทักษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · คมกริช นุรักษ์ · พิทยา มงคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร หะวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 990/2514ฎีกา 15130/2551ฎีกา 6366/2538ฎีกา 1398/2493ฎีกา 533/2511ฎีกา 4203/2557ฎีกา 3885/2546ฎีกา 1767/2529ฎีกา 2570/2520ฎีกา 8522/2557ฎีกา 1348/2523ฎีกา 4245/2551ฎีกา 914/2490ฎีกา 1195/2497ฎีกา 141/2506ฎีกา 1907/2506ฎีกา 2190/2532ฎีกา 173/2513ฎีกา 2503/2553ฎีกา 1956/2517ฎีกา 738/2481ฎีกา 1972/2505ฎีกา 1159/2510ฎีกา 979/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา