⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 62/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 62/2520

ป.ที่ดิน ม.84 · ป.พ.พ. ม.797 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การที่บุคคลหนึ่งมีชื่อในโฉนดที่ดินเพียงเพื่อความสะดวกในการที่จะโอนให้แก่บุคคลอื่นต่อไป ย่อมไม่มีสิทธิใดๆ ในที่ดินนั้น และบุคคลนั้นอาจถูกบังคับให้โอนที่ดินนั้นแก่ผู้มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายได้ - การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของมัสยิดอิสลามต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หากไม่ได้รับอนุญาต การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นย่อมไม่อาจบังคับตามกฎหมายได้

ย่อคำพิพากษา

ผ.ยกที่พิพาทให้มัสยิดโจทก์ โจทก์ครอบครองเก็บค่าเช่าตลอดมา ผ.ถึงแก่กรรมโดยไม่ได้จดทะเบียนยกให้ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเรื่องครอบครองปรปักษ์ กรรมการโจทก์จึงประชุมให้จำเลยทั้งสองรับโอนที่ดินพิพาทในฐานะทายาทของ ผ. เสียก่อน แล้วให้จำเลยทั้งสองโอนให้โจทก์ จำเลยทั้งสองรับโอนที่ดินพิพาทในฐานะทายาทแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ยอมโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ ดังนี้ จำเลยที่ 1 มีชื่อในโฉนดก็เพื่อความสะดวกในการที่จะโอนให้โจทก์ต่อไป ไม่มีสิทธิ์ใดๆ ในที่พิพาท โจทก์ชอบที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนพฤติกรรมการรับโอนของจำเลยที่ 1 ได้ โจทก์เป็นมัสยิดอิสลามการได้ที่ดินมาของโจทก์ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อยังไม่ปรากฏว่าได้รับอนุญาตแล้ว กรณีก็ไม่อาจบังคับตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทในโฉนดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.84 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นางเผือก ทองทา ยกกรรมสิทธิ์ที่ดิน ๖ โฉนด ให้แก่มัสยิดโจทก์ โจทก์ครอบครองมาจนได้กรรมสิทธิ์ นางเผือกถึงแก่กรรมแล้วต่อมาจำเลยทั้งสองหลอกลวงให้ลงชื่อจำเลยทั้งสองรับมรดกนางเผือกก่อน แล้วให้จำเลยทั้งสองโอนให้โจทก์อีกต่อหนึ่ง จำเลยทั้งสองรับโอนมรดกที่ดินพิพาทแล้วจำเลยที่ ๑ ไม่โอนให้โจทก์ ต่อมาพบพินัยกรรมที่นางเผือกทำยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ทราบแล้วก็เพิกเฉย จึงขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนของจำเลย ถอนชื่อจำเลยทั้งสองออกจากโฉนดที่ดินดังกล่าวแล้วใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของ ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ ๑ ให้การและเพิ่มเติมคำให้การว่า นางเผือกมิได้ยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ โจทก์ไม่ได้ครอบครอง จำเลยที่ ๑ ครอบครองในฐานะทายาทของนางเผือกไม่โอนที่พิพาทให้โจทก์เพราะโจทก์ไม่ให้เงินจำเลยที่ ๑ ตามข้อตกลง พินัยกรรมขาดอายุความและเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ฟ้องโจทก์เป็นความจริง เพื่อมิให้โจทก์ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความในการร้องขอต่อศาลเพื่อขอจดทะเบียนเป็นกรรมสิทธิ์ในฐานะครอบครองที่ดินเกิน ๑๐ ปี จำเลยทั้งสองจึงตกลงกับกรรมการโจทก์ให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ขอรับมรดกแล้วจะโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ ถ้าจำเลยที่ ๒ ทราบว่า นางเผือกทำพินัยกรรมไว้ จำเลยที่ ๒ จะไม่ลงชื่อรับมรดก โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ศาลสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามคำขอท้ายฟ้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาอย่างเดียวกับศาลชั้นต้น แต่ให้บังคับเฉพาะจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า นางเผือกทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองยกที่พิพาทให้โจทก์จริง ทั้งได้ยกให้โจทก์ครอบครองเก็บค่าเช่าตลอดมาจนกระทั่งถึงแก่กรรมแต่ไม่ได้จดทะเบียนยกให้ กรรมการโจทก์เห็นว่าต้องตั้งทนายดำเนินคดีเรื่องครอบครองที่พิพาทโดยปรปักษ์เป็นการเสียค่าใช้จ่ายมาก จึงทำตามที่จำเลยที่ ๑ เสนอ คือให้จำเลยที่ ๑ รับมรดกของนางเผือกเสียก่อน แล้วจำเลยที่ ๑ จะโอนที่พิพาทกลับคืนมาให้โจทก์ และวินิจฉัยว่าการที่จำเลยที่ ๑ มีชื่อในโฉนดทั้ง ๖ โฉนดดังกล่าวหาได้กระทบกระเทือนถึงสิทธิของโจทก์ตามพินัยกรรมไม่ เพราะจำเลยที่ ๑ มีชื่อในที่พิพาททั้ง ๖ โฉนดก็เพื่อความสะดวกที่จะโอนไปให้โจทก์ต่อไป โดยจำเลยที่ ๑ มิได้มีสิทธิใดๆ ในที่พิพาททั้ง ๖ โฉนดดังกล่าวแต่อย่างใด โจทก์ชอบที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนดังกล่าวเสียได้ ส่วนคำขอของโจทก์ที่ให้ใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาททั้ง ๖ โฉนดนั้น เห็นได้ว่าเป็นการได้มาซึ่งที่ดินของโจทก์ซึ่งเป็นมัสยิดอิสลาม การเช่นว่านี้ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามพยานหลักฐานของโจทก์ได้ความแต่เพียงว่าอยู่ระหว่างรออนุญาต ยังไม่ปรากฏว่าได้รับอนุญาตแล้วหรือไม่ กรณีจึงไม่อาจบังคับตามคำขอของโจทก์ข้อนี้ได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินที่พิพาททั้ง ๖ โฉนดตามฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ ให้นางเผือก ทองทา เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ดังเดิม คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 62/2520 นายอารี ซูเลมาน ผู้รับมอบอำนาจจากมัสยิดตารุนน่าอีม และผู้จัดการมรดก นางเผือก ทองทา โจทก์ นายวิทยา ทองทา กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความและผู้จัดการมรดก - นายอารี ซูเลมาน ผู้รับมอบอำนาจจากมัสยิดตารุนน่าอีม · โจทก์ - นางเผือก ทองทา · ล. - นายวิทยา ทองทา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง · ประถม วิเชียรเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวินิจ วินิจนัยภาค · ศาลอุทธรณ์ - นายประกาศ บุญโยดม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 6/2475ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6911/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 158/2509ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา