คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 636/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้มีสิทธิรับมรดกได้ทำสัญญาจะขายที่ดินมรดกส่วนของตนให้แก่ทายาทอีกคนหนึ่ง และได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้รับซื้อแล้ว ผู้ขายย่อมหมดสิทธิในที่ดินส่วนนั้น และจะฟ้องขอแบ่งที่ดินมรดกนั้นอีกไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยเป็นพี่น้องกัน ต่างเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกที่ดินพิพาท แต่โจทก์ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินมรดกส่วนของตนให้จำเลยจนได้มีการโอนโฉนดเป็นชื่อจำเลยไปแล้ว โจทก์จะมาฟ้องขอแบ่งที่ดินมรดกนั้นอีกไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่และจำเลยเป็นบุตรนายจุ่น นางเพิ่ม นายจุ่นตายไปนานแล้ว นางเพิ่มตายเมื่อ ๑๕ ปีมานี้ โจทก์จำเลยร่วมกันครอบครองที่ทำกินที่ดินส่วนของนางเพิ่มตลอดมา ต่อมาจำเลยไปขอรับโอนมรดกที่ดินดังกล่าวแล้วแบ่งแยกออกเป็น ๓ โฉนด โดยไม่ยอมใส่ชื่อโจทก์ลงในโฉนดที่ดินดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสามโฉนดให้โจทก์ตามส่วน
จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ ๑ ถึง ๗ ทำนิติกรรมสละมรดกต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนโจทก์ที่ ๔ ก็ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยและกับนางบรรจงภรรยาจำเลย ทั้งคดีโจทก์ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งมรดกที่ดินทั้งสามโฉนดให้โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ทั้งสี่ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า หนังสือสละมรดกทั้ง ๓ ฉบับ นายประจวบ พุกกะมาน ปลัดอำเภอบางขุนเทียน รักษาราชการแทนนายอำเภอเป็นผู้ทำขึ้น ณ ที่ว่าการอำเภอบางขุนเทียนต่อหน้าคู่กรณี สามีโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ได้ลงนามเป็นพยานในหนังสือนี้นายประจวบได้ลงนามและประทับตราในเอกสารไว้เป็นสำคัญ เป็นหลักฐานฟังได้แน่นอนว่าโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๓ ได้แสดงเจตนาทำหนังสือดังกล่าวไว้ต่อเจ้าหน้าที่จริง ส่วนหนังสือสัญญาจะขายที่ดินเอกสารหมาย ล. ๔ นั้น จำเลยมีผู้เขียนสัญญาและพยานในสัญญามาสืบประกอบว่าได้มีการการทำสัญญาและรับเงินกันจริง นางเสงี่ยมภริยาโจทก์ที่ ๔ ร่วมรู้เห็นและลงชื่อเป็นพยานในสัญญานี้ด้วย พยานจำเลยมีน้ำหนักและเหตุผลตีความพยานโจทก์ ดังเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์ได้ยกขึ้นวินิจฉัยไว้โดยละเอียดแล้ว ที่โจทก์ทั้งสี่ฎีกาขึ้นมาว่าโจทก์ถูกหลอกลวงให้ลงลายมือชื่อในเอกสารหมาย ล.๑ ถึง ล.๔ จึงฟังไม่ขึ้น
และวินิจฉัยข้อกฎหมายต่อไปว่า ที่โจทก์ที่ ๔ ฎีกาว่า โจทก์ที่ ๔ ได้อาศัยอยู่ในที่ดินมรดกร่วมกับโจทก์คนอื่นๆ และช่วยโจทก์คนอื่นๆ ทำมาหากินในที่ดินตลอดมา คดีของโจทก์ที่ ๔ ไม่ขาดอายุความนั้น เมื่อฟังว่าโจทก์ที่ ๔ ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินมรดกส่วนของตนให้จำเลยจนได้มีการโอนโฉนดเป็นชื่อจำเลยเช่นนี้แล้ว โจทก์ที่ ๔ จะมาฟ้องขอแบ่งมรดกอีกไม่ได้ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยเรื่องอายุความมรดก
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 636/2520
นางเติม พุ่มทอง กับพวก โจทก์
นางละมัย พุ่มทอง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเติม พุ่มทอง กับพวก · ล. - นางละมัย พุ่มทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม ทันด่วน · ชลอ จามรมาน · สมคิด มงคลชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายธรรมนิตย์ วิชญเนตินัย · ศาลอุทธรณ์ - นายจิรายุ ภัทร มหาวินิจฉัยมนตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา