⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 712-713/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712-713/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทายาทแสดงเจตนาสละมรดกให้แก่บุคคลอื่นเพื่อชำระหนี้ ถือว่าทายาทได้รับมรดกแล้วและหมดสิทธิในมรดกส่วนนั้น โดยไม่ต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการสละมรดก. เมื่อทายาททุกคนพอใจในการแบ่งมรดกและได้ถือเอาส่วนแบ่งของตนแล้ว ถือว่าการแบ่งมรดกเสร็จสมบูรณ์ ทายาทไม่มีสิทธิฟ้องร้องเอาส่วนแบ่งมรดกอีก.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ที่ 1 มีสิทธิได้รับมรดกที่ดินมือเปล่าตามพินัยกรรมตามส่วนของตน แต่ได้แสดงเจตนายกที่ดินมรดกส่วนของตนตีใช้หนี้ ส.แล้ว โจทก์ที่ 1 ย่อมหมดสิทธิในที่ดินมรดก ส.ได้สิทธิครอบครอง ถือว่าโจทก์ที่ 1 ได้รับมรดกตามพินัยกรรมแล้ว และกรณีไม่ใช่เรื่องสละมรดก จึงไม่ต้องทำตามแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 โจทก์ที่ 1 ไม่มีอำนาจมาฟ้องเรียกเอาที่ดินมรดกอีก การแบ่งที่ดินมรดกให้แก่ทายาทได้แบ่งในคราวเดียวกัน โจทก์ที่ 2 ได้รับเอาที่ดินมรดกมา 3 งานเศษ ยังขาดอยู่ 80 ตารางวาเศษ ทั้งๆ ที่รู้ข้อความในพินัยกรรมดี แต่ก็ไม่ทักท้วง และได้ขายส่วนของตนที่ได้รับมาทั้งหมดให้แก่ ส.ในวันเดียวกันนั้น ทายาททุกคนพอใจในการแบ่งมรดกและได้ถือเอาที่ดินมรดกส่วนแบ่งที่ได้รับมาเป็นของตนเแล้ว จึงถือว่าผู้จัดการมรดกได้จัดแบ่งที่ดินมรดกเสร็จโดยสมบูรณ์ โจทก์ที่ 2 พอใจในการแบ่งมรดกแล้ว จึงไม่มีอำนาจมาฟ้องเอาส่วนแบ่งอีก มิใช่เรื่องการสละมรดกเช่นเดียวกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1612 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1750

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีส่วนได้รับมรดกที่ดินตามพินัยกรรมของนายเฟื่องบิดา นางสท้านผู้จัดการมรดกไห้รับโอนที่ดินมาและแบ่งให้แก่ทายาทอื่นแล้วเว้นแต่โจทก์กับจำเลย นางสท้านถึงแก่กรรม จำเลยซึ่งเป็นบุตรนางสท้านไม่ยอมแบ่งส่วนของโจทก์ให้ จึงขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิรับมรดกตามส่วนของโจทก์เนื้อที่ ๓ งาน ๙๗ ตารางวา ๒ ตารางศอก จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นหนี้เงินนางสท้าและขณะนายเฟื่องยังมีชีวิติอยู่ โจทก์ให้นายเฟื่องเป็นตัวแทนกู้เงิน พอนายเฟื่องถึงแก่กรรมนางสท้านใช้หนี้แทน ๓๐,๐๐๐ บาท โจทก์จึงสละสิทธิไม่ขอรับมรดกหรือทรัพย์ใดๆ ทั้งสิ้น โดยทำใบมอบอำนาจให้ไว้เป็นหลักฐาน นางสท้านครอบครองที่ดินเพื่อตน คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิได้รับมรดกที่ดินตามพินัยกรรมของนายเฟื่องบิดา นางสท้านในฐานะผู้จัดการมรดกได้รับโอนที่ดินมาและแบ่งส่วนมรดกให้แก่โจทก์แล้วแต่ยังขาดอยู่ ๘๕ ตารางวา ๒ ตารางศอก นางสท้านถึงแก่กรรม จำเลยในฐานะทายาทของนางสท้านจะถือสิทธิเอาแต่ผู้เดียว ขอให้พิพากษาให้โจทก์ได้รับมรดกส่วนที่ยังขาดอยู่ จำเลยให้การว่า โจทก์ได้รับส่วนแบ่งที่ดินตามพินัยกรรมแล้ว แต่ขายให้นางสท้าน โจทก์ไม่มีสิทธิในที่ดินส่วนที่ยังเหลืออยู่อันเป็นส่วนของนางสท้านคดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ ๑ เรียกโจทก์สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๒ และวินิจฉัยว่าโจทก์ที่ ๑ ยกที่ดินส่วนของตนให้นางสท้านเป็นการหักกลบลบหนี้ที่โจทก์เป็นหนี้นางสท้านชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ที่ ๒ ได้รับส่วนแบ่งครบถ้วนแล้ว พิพากษายกฟ้องทั้งสองสำนวน โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายเฟื่องทำพินัยกรรมยกที่ดินเนื้อที่ ๕ ไร่ ๓ งาน ๙๗ ตารางวา ให้กับบุตร ๖ คน รวมทั้งโจทก์ทั้งสองคนละส่วนเท่ากัน ซึ่งจะได้ที่ดินคนละประมาณ ๓ งาน ๙๙ ตารางวา ๘ ตารางศอก (ตามฟ้องอ้างว่าจะได้คนละ ๓ งาน ๙๗ ตารางวา ๒ ตารางศอก) หลังจากนายเฟื่องถึงแก่กรรมแล้วนางสท้านมารดาจำเลยผู้จัดการมรดกได้แบ่งที่ดินดังกล่าวให้แก่ทายาทตามพินัยกรรมและวินิจฉัยว่าโจทก์ที่ ๑ เป็นหนี้นางสท้านอย่างน้อยที่สุด ๓๔,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๑ ยกที่ดินมรดกตีใช้หนี้ให้แก่นางสท้านแล้ว โดยที่ที่ดินมรดกเป็นที่ดินมือเปล่ามีเพียง น.ส.๓ เท่านั้น เมื่อโจทก์แสดงเจตนายกที่ดินมรดกส่วนของตนตีใช้หนี้ให้แก่นางสท้านแล้วโจทก์ที่ ๑ ย่อมหมดสิทธิในที่ดินมรดก และนางสท้านย่อมได้สิทธิครอบครองและได้รับส่วนแบ่งที่ดินมรดกตามพินัยกรรมแล้ว กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องสละมรดกจึงไม่ต้องทำตามแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๑๒ โจทก์ที่ ๑ ไม่มีอำนาจมาฟ้องเรียกร้องเอาที่ดินมรดกอีก ส่วนที่โจทก์ที่ ๒ นั้น โจทก์ที่ ๒ เบิกความว่าการคิดคำนวณส่วนแบ่งมรดกเจ้าพนักงานที่ดินเป็นผู้คิดให้ ทายาททุกคนพอใจส่วนแบ่งดังกล่าวรวมทั้งโจทก์ที่ ๒ ด้วย การแบ่งที่ดินได้กระทำในคราวเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าเจ้าพนักงานที่ดินได้จัดแบ่งที่ดินมรดกตามพินัยกรรมและตามจำนวนที่ดินซึ่งมีอยู่ในขณะแบ่ง โจทก์ที่ ๒ รู้ข้อความในพินัยกรรมดีแต่ก็มิได้ทักท้วง ทั้งเมื่อได้รับส่วนแบ่งมาแล้ว ก็ได้ขายส่วนที่ได้รับมาทั้งหมดให้นางสท้านไปในวันเดียวกันนั้น โจทก์ที่ ๒ ได้รับส่วนแบ่งมรดกไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๐๙ ตามเอกสารหมาย จ.๔ ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อทายาททุกคนและโจทก์ที่ ๒ พอใจในการแบ่งมรดก และทายาทได้จัดแบ่งที่ดินมรดกของนายเฟื่องเจ้ามรดกเสร็จไปโดยสมบูรณ์ และโจทก์ที่ ๒ ก็พอใจในการแบ่ง มิใช่เรื่องสละมรดกเช่นเดียวกัน โจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีอำนาจมาฟ้องเรียกเอาส่วนแบ่ง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712 - 713/2520 พันตำรวจโทสัจจา ศรีดิลก โจทก์ นายวิชัย ศรีดิลก ล. นายจารึก ศรีดิลก โจทก์ นายวิชัย ศรีดิลก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันตำรวจโทสัจจา ศรีดิลก · ล. - นายวิชัย ศรีดิลก · โจทก์ - นายจารึก ศรีดิลก · ล. - นายวิชัย ศรีดิลก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประภาศน์ อวยชัย · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยนาท - นายนิวัตน์ แก้วเกิดเคน · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนอ ศรนิยม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 681/2506ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา