คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1383/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานบุกรุกโดยมีเจตนาทำร้ายร่างกาย และการทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้นภายหลังโดยต่อเนื่องกัน ถือเป็นความผิดกรรมเดียว.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานโดยมีเจตนาจะทำร้ายร่างกาย เมื่อ ส.เปิดประตูห้องออกมา จำเลยยังลงบันไดไปเอามีดที่อยู่ข้างล่าง แล้วจึงใช้มีดนั้นแทง ส.แทนที่จะแทงทันที่ที่เปิดประตู ก็ยังถือไม่ได้ว่าการบุกรุกนั้นเป็นคนละตอนกับการทำร้ายร่างกาย เพราะได้กระทำโดยกระชั้นชิดติดต่อกันโดยมีเจตนาเพื่อจะทำร้ายร่างกาย จึงมิใช่ความผิดหลายกรรมต่างกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในบริเวณระเบียงบ้านของนายวิรัตน์ แล้วใช้มีดปลายแหลมแทงนายวิรัตน์โดยเจตนาฆ่า แต่มีผู้แย่งมีดและแพทย์รักษาได้ทัน นายวิรัตน์จึงไม่ตาย เพียงแต่รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ (๒) (๓), ๒๘๘, ๘๐, ๙๑ ริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหะสถานและพยายามฆ่านายวิรัตน์ ภู่เจริญ เป็นความผิด ๒ กรรมต่างกัน พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ (๒) (๓) จำคุกหนึ่งปี และมาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำคุกสิบปี รวมจำคุกสิบเอ็ดปี ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีเจตนาฆ่า และการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗, ๓๖๕ (๒) (๓) ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๗ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุกหกปี คำรับชั้นจับกุมมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกสี่ปีหกเดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยประสงค์จะทำร้ายนางโสภา ไม่ใช่ผู้เสียหาย จำเลยใช้มีดแทงนางโสภาก่อน แต่ผู้เสียหายผลักนางโสภาหลบไป คมมีดจึงถูกผู้เสียหาย หลังจากนั้น จำเลยแทงผู้เสียหายอีกหลายที ไม่ปรากฏว่าจำเลยกับผู้เสียหายมีสาเหตุต่อกันถึงกับจะคิดฆ่าผู้เสียหาย ข้อเท็จจริงยังไม่พอชี้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย
ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปนั้น เห็นว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหะสถานโดยมีเจตนาจะทำร้ายร่างกาย แม้จะได้ความว่า เมื่อนางโสภาเปิดประตูห้องออกมา จำเลยยังลงบันไดไปเอามีดที่อยู่ข้างล่าง แล้วจึงใช้มีดนั้นแทงนางโสภา แทนที่จะแทงนางโสภาทันทีที่นางโสภาเปิดประตูออกมาก็ตาม ก็ยังถือไม่ได้ว่าการบุกรุกนั้นเป็นคนละตอนกับการทำร้ายร่างกาย เพราะได้กระทำโดยกระชั้นชิดติดต่อกัน โดยมีเจตนาเพื่อจะทำร้ายร่างกายนางโสภา จึงมิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1383/2521
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายมนตรี สุแดงน้อย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายมนตรี สุแดงน้อย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สงวน สิทธิไชย · ชุบ วีระเวคิน · สุไพศาล วิบุลศิลป์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายไมตรี กลั่นนุรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา