⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2103/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2103/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยใช้กำลังแย่งสิ่งของจากผู้เสียหายโดยที่ผู้เสียหายไม่ได้ขัดขวางหรือต่อสู้ขัดขืนอย่างเต็มที่ ไม่ถือเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ แต่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขึ้นไปบนเรือนผู้เสียหายแล้วลักเอานกเขาพร้อมกรงของผู้เสียหายนางสาวดำเห็นเข้าจึงเข้าแย่งกรงนั้นแต่สู้กำลังจำเลยไม่ได้ จำเลยจึงแย่งเอากรงและนกเขาของผู้เสียหายไปได้ ดังนี้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์เพราะจำเลยไม่ได้ใช้กำลังประทุษร้ายแก่กาย หรือจิตใจของนางสาวดำแต่ประการใด จำเลยคงมีความผิดฐานลักทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๑๙ เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยได้บังอาจชิงทรัพย์นกเขา ๑ ตัว ราคา ๒๐๐ บาท และกรงนกเขา ๑ กรง ราคา ๑๐ บาท รวมราคา ๒๑๐ บาทของนายบุญมา เพ็งพล ผู้เสียกายซึ่งอยู่ในความดูแลของนางสาวดำ เพ็งพล ไปโดยจำเลยขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายและใช้กำลังประทุษร้ายนางสาวดำ เพื่อให้ความสะดวกแก่การชิงทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ พ.ศ.๒๕๑๔ ข้อ ๑๔ กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๒๑๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) จำคุก ๒ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๒๑๐ บาทแก่ผู้เสียหลาย คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายอาญาวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๒ คือจำเลยได้ขึ้นไปบนเรือนผู้เสียหายแล้วลักเอานกเขาพร้อมกรงของผู้เสียหาย นางสาวดำเห็นจำเลยปลดเอากรงนกเขาจึงเข้าแย่งกรงแต่สู้กำลังจำเลยไม่ได้ จำเลยจึงแย่งเอากรงและนก-เขาของผู้เสียหายไปได้ ข้อเท็จจริงเช่นนี้ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ใช้กำลังประทุษร้ายแก่กายหรือจิตใจของนางสาวดำแต่ประการใด ทั้งไม่ได้ความว่าจำเลยได้ขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังกายประทุษร้ายนางสาวดำด้วย โดยเฉพาะการใช้กำลังแย่งเอาทรัพย์ไปก็ถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุให้นางสาวดำอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ตามความหมายในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๖) การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ พ.ศ.๒๕๑๔ ข้อ ๑๔ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2103/2521 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา (อำเภอบัวใหญ่) โจทก์ นายหนูจันทร์ หรือ โล่ โพนอก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา (อำเภอบัวใหญ่) · ล. - นายหนูจันทร์ หรือ โล่ โพนอก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุบ วีระเวคิน · สงวน สิทธิไชย · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุนทร พิมพ์อักษร · ศาลอุทธรณ์ - นายธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1331/2479ฎีกา 5999/2544ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 213/2554ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 16889/2555ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 5090/2565ฎีกา 3380/2531ฎีกา 851/2487ฎีกา 490/2542ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2724/2519ฎีกา 1211/2481ฎีกา 1408/2512ฎีกา 3985/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา