⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2246/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2246/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปศึกษาเล่าเรียนและกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายหลัง ไม่ถือว่าจำเลยจงใจขาดนัด หากมีการส่งคำบังคับให้จำเลยรับภายหลังวันดังกล่าว และจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด จำเลยย่อมมีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเดินทางออกจากประเทศไทยไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาเล่าเรียนตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2512 และกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2515 โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าจ้างว่าความจากจำเลย เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2514 จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยจงใจขาดนัด รายงานของเจ้าพนักงานเดินหมายระบุว่าได้ส่งคำบังคับให้จำเลยรับ ในวันที่ 3 สิงหาคม 2519 เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ในวันที่ 16 สิงหาคม 2519 จึงไม่เกินกำหนดตามกฎหมาย จำเลยมีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.209

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสองให้เป็นทนายความฟ้องคดีอาญา ตกลงให้ค่าจ้างเป็นเงิน ๒๑๘,๗๕๐ บาท กำหนดชำระเงินค่าจ้างเมื่อคดีถึงที่สุด หรือเมื่อคดียอมความกันแล้ว โจทก์ดำเนินการแล้ว ต่อมาจำเลยถอนฟ้องคดีดังกล่าวโดยอ้างว่าประนีประนอมยอมความกันได้ ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง เมื่อคดีถึงที่สุด โจทก์ทวงถามเงินค่าจ้าง จำเลยผัดผ่อน จึงขอให้ศาลบังคับ-จำเลยชำระค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยรวม ๒๕๑,๕๐๐ บาท และ ดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน ๒๑๘,๗๕๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าจ้าง ๒๑๘,๗๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๑๒ จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยเสียค่าฤชาธรรมเนียมค่าทนายความแทนโจทก์ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๑๙ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับเพื่อส่งให้แก่จำเลย ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนักพิจารณา ขอศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ดำเนินการพิจารณาคดีใหม่ โดยให้จำเลยยื่นคำให้การภายใน ๘ วัน นับแต่วันคำสั่งถึงที่สุด โจทก์ที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว จำเลยมีหนังสือเดินทางเอาสารหมาย ล. ๑ แสดง และเจ้าพนักงานกองตรวจคนเข้าเมืองเบิกความประกอบว่าจำเลยเดินทางออกจากประเทศไทยไปประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ และกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ทั้งตัวจำเลยเบิกความยืนยันว่า ตลอดเวลาดังกล่าวจำเลยศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เชื่อได้ว่าเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๑๔ ที่จำเลยถูกฟ้องคดีนี้ จำเลยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยจงใจขาดนัด อนึ่ง ปรากฏตามรายงานของเจ้าพนักงานเดินหมาย ลงวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๑๙ และใบรับคำบังคับท้ายรายงานนั้นระบุว่า ได้ส่งคำบังคับให้จำเลยรับในวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๑๙ เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ในวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๑๙ จึงไม่เกินกำหนดตามกฎหมาย ดังนั้น จำเลยมีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2246/2521 นายวัฒนา เงินดี กับพวก โจทก์ นายเปรม มาลากุล ณ อยุธยา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวัฒนา เงินดี กับพวก · ล. - นายเปรม มาลากุล ณ อยุธยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · ยงยุทธ เลอลภ · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเพียร สมิระ · ศาลอุทธรณ์ - นายประนอม มหรรณพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 95/2534ฎีกา 396/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 2152/2536ฎีกา 1108/2535ฎีกา 3909/2535ฎีกา 125/2511ฎีกา 177/2538ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 1546/2514ฎีกา 9502/2544ฎีกา 76/2523ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1010/2520ฎีกา 2574/2556ฎีกา 3934/2530ฎีกา 813/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา